การบริการจัดหางานต่างประเทศ
เป็นบริการของกรมการจัดหางาน ในการบริการจัดหางาน
เพื่อไปทำงานต่างประเทศให้แก่ประชาชนทั่วไป

        การไปทำงานต่างประเทศโดยถูกต้องตามกฎหมาย

 
 ขั้นตอนสมัครไปทำงานต่างประเทศโดยการจัดส่งของรัฐ
 
 ขั้นตอนการไปทำงานต่างประเทศ โดยใช้บริการของบริษัทจัดหางาน
 
 ความรับผิดชอบของบริษัทจัดหางานมีอย่างไร?
 
 
การไปทำงานต่างประเทศโดยถูกต้องตามกฎหมาย
 
 
การไปทำงานต่างประเทศโดยถูกต้องตามกฎหมายมี 5 วิธี คือ
 
 
บริษัทจัดหางานจัดส่งไปทำงาน
 
ปัจจุบันมีบริษัทจัดหางานต่างประเทศจำนวน 227 บริษัท (ณ วันที่ 9 มีนาคม 2538) ที่จดทะเบียนไว้กับกรมการจัดหางาน บริษัทดังกล่าวในบางขณะไม่มีตำแหน่งว่าง แต่รับสมัครงานไว้เป็นการล่วงหน้า ดังนั้นเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจสมัครงานขอให้ท่านตรวจสอบและไตร่ตรองด้วยว่า
 
- เป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจัดหางานหรือไม่?
- มีตำแหน่งงานว่างจริงหรือไม่?
- ผู้ติดต่อ ชักชวนให้สมัครงานเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของบริษัทหรือไม่?
 
 
กรมการจัดหางานจัดส่ง
 
ในกรณีที่นายจ้างในต่างประเทศติดต่อขอให้กรมการจัดหางานจัดส่งคนงานให้ กรมการจัดหางาน จะประกาศรับสมัครงาน คัดเลือกคุณสมบัติดำเนินการตามกระบวนการจัดส่งคนงานไปต่างประเทศ โดยคนงานไม่ต้องเสียค่าบริการใด ๆ
 
 
นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างของตนไปทำงาน
 
ในกรณีนี้ นายจ้างอาจมีบริษัทแม่อยู่ในต่างประเทศหรืออาจประมูลงานได้ จึงส่งคนงานที่อยู่ในประเทศไทยไปทำงาน คนงานดังกล่าวยังมีฐานะเป็นลูกจ้างของนายจ้างในประเทศไทย จึงได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงเต็มจำนวน
 
 
นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน
 
ลักษณะนี้นายจ้างต้องขออนุญาต พาลูกจ้างในโครงการส่งไปฝึกงานต่างประเทศ หรือบริษัทแม่ หรือเครือข่ายเป็นการเรียนรู้พัฒนาฝีมือลูกจ้างให้ทันกับเทคโนโลยี สมัยใหม่
 
 
คนงานแจ้งไปทำงานด้วยตนเอง
 
ในการนี้ คนงานที่ติดต่อหางานต่างประเทศ หรือจากการแนะนำของญาติ พี่ น้อง เพื่อน ฯลฯ หรือ คนงานที่ทำงานครบตามสัญญาจ้างแล้วได้ต่อสัญญาจ้าง เมื่อเดินทางกลับมาพักผ่อนในประเทศไทย และจะเดินทางกลับไปทำงานอีก ต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานก่อนวันเดินทางไม่น้อยกว่า 10 วัน
 
 
ขั้นตอนสมัครไปทำงานต่างประเทศโดยการจัดส่งของรัฐ
 
 
1. ก่อนสมัครงานต้องเตรียมตัวอย่างไร
 
- ควรจัดทำหนังสือเดินทาง(Passport) ไว้ล่วงหน้า เพราะการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ
ทุกครั้งจะต้องใช้หนังสือเดินทาง
- ควรตรวจโรคล่วงหน้า เพื่อจะได้ทราบว่าเป็นโรคที่ต้องห้ามในการเดินทางไปทำงานหรือไม่
- ติดตามข่าวสารประกาศรับสมัครงานจากสื่อต่าง ๆ เช่น วิทยุ หนังสือพิมพ์ หรืออาจสอบถาม
ได้โดยตรงที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด
- ตรวจสอบคุณสมบัติของตัวท่านเอง ว่ามีคุณสมบัติตรงตามตำแหน่งงานที่ประกาศรับสมัครหรือไม่
หรือสำนักงานจัดหางานเขตทุกเขต
 
 
2. จะสมัครได้ที่ไหน
 
- ผู้ที่อยู่ในส่วนภูมิภาค สมัครที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด
- ผู้ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ สมัครที่สำนักงานจัดหางานเขตทั้ง 9 เขต
 
 
3. เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัคร
 
- รูปถ่าย 2 นิ้ว 3 รูป
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ- สกุล (กรณีเปลี่ยนชื่อ-สกุล)
- สำเนาหน้าพาสปอร์ต (ถ้ามี)
- ใบผ่านงาน (ถ้ามี)
 
 
4. วิธีการสมัคร
 
- เตรียมเอกสารตามข้อ 3 ให้พร้อม ตรวจดูตำแหน่งงานที่ต้องการสมัคร
- สมัครตามสถานที่ที่ระบุในข้อ 2
- กรณีสมัครล่วงหน้า ให้ระบุตำแหน่งที่ต้องการ และสถานที่ที่จะติดต่อกลับได้ให้ชัดเจน
 
 
5. ค่าบริการ
 
- ท่านไม่ต้องเสียค่าบริการใด ๆ ทั้งสิ้นจนกว่าท่านจะได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ให้เตรียมตัว
เดินทางไปทำงาน ท่านจึงจะเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงาน
 
 
6. ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานมีดังนี้
 
- ค่าตั๋วเครื่องบิน (มากน้อยตามประเทศที่จะเดินทาง)
- ค่าธรรมเนียมวีซ่า
- ค่าบัตรสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ (ตามกฎหมาย)
 
 
ขั้นตอนการไปทำงานต่างประเทศ โดยใช้บริการของบริษัทจัดหางาน
 
 
1. บริษัทที่จะส่งคนหางานไปทำงานเมืองนอกได้ต้องเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาต
จากกรมการจัดหางาน
 
สอบถามรายชื่อบริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนถูกต้องได้จาก สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือติดต่อสอบถามได้ที่ ฝ่ายสำนักงานจัดหางาน โทรศัพท์ 0-2245-0964
 
 
2. ลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางาน จะต้องจดทะเบียนตามกฎหมายด้วย
 
ผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนจะเป็นสาย หรือนายหน้าจัดหางานเถื่อน ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย ขอดู
บัตรประจำตัวลูกจ้างหรือตัวแทนจัดหางาน จากผู้ที่มาชักชวนให้ไปทำงานเมืองนอกและสอบถามเจ้าหน้าที่
เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ อย่าจ่ายเงินค่าหัวกับสาย/นายหน้าจัดหางานเถื่อน
 
 
3. บริษัทจัดหางานจะรับสมัครคนหางานได้ ต้องได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน
ก่อนจึงจะประกาศรับสมัครได
 
 
4. เมื่อบริษัทจัดหางานคัดเลือกคนหางานตามคุณสมบัติที่นายจ้างต้องการได้แล้ว
 
จะต้องส่งคนงานนั้นไปตรวจสุขภาพและทดสอบฝีมือ การตรวจสุขภาพในขั้นตอนนี้ จะเป็น
การตรวจสอบอย่างละเอียด ตามรายการที่กำหนดจากโรงพยาบาลที่กรมการจัดหางานประกาศรายชื่อไว้ โรงพยาบาลดังกล่าวจะเรียกเก็บค่าตรวจสุขภาพ 700-1,000 บาท สำหรับการไปทำงานทุกประเทศ ยกเว้นไต้หวัน
สำหรับโรงพยาบาลที่ตรวจสุขภาพคนหางานไปทำงานในไต้หวัน ขณะนี้มี 8 แห่ง คือ ศิริราช จุฬาลงกรณ์ รามาธิบดี
ราชวิถี และศรีนครินทร์ อุดรธานี มหาราชนครราชสีมา ลำปาง จะเรียกเก็บค่าตรวจสุขภาพ 1,100 บาท
เพราะมีรายการที่ต้องตรวจมากกว่า(ตามกฎหมาย กำหนดให้โรงพยาบาล เรียกเก็บค่าตรวจโรคได้ไม่เกิน
1,500 บาท) ตำแหน่งกรรมกร และผู้ที่มีใบรับรองจากสถาบันการศึกษา หรือสมาคมอาชีพได้รับการยกเว้น
ไม่ต้องทดสอบฝีมือ ค่าทดสอบฝีมือตามกฎหมายไม่เกิน 500 บาท หากค่าทดสอบฝีมือที่มีค่าใช้จ่ายสูงเกิน 500 บาท
ให้สถานทดสอบฝีมือเรียกเก็บได้ ตามอัตราที่อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนด แต่ต้องไม่เกินครั้งละ 1,000 บาท
สอบถามรายชื่อสถานทดสอบฝีมือที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ที่ กองมาตรฐานฝีมือแรงงานกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
โทรศัพท์ 0-2643-4987-8 บริษัทจัดหางานไม่มีสิทธิเรียกเก็บค่าทดสอบฝีมือ และค่าตรวจสุขภาพ จากคนหางาน
เนื่องจากค่าทดสอบฝีมือและค่าตรวจสุขภาพ เป็นค่าบริการซึ่งสถานทดสอบฝีมือ และสถานตรวจสุขภาพคนหางาน
เพื่อไปทำงานต่างประเทศ เป็นผู้เรียกเก็บจากคนหางาน
 
 
5. บริษัทจัดหางานจะต้องขออนุญาตจัดส่งคนหางานที่ผ่านการตรวจสุขภาพ
 
และทดสอบฝีมือแล้วไปทำงานกับนายจ้างต่อกรมการจัดหางาน บริษัทจัดหางานจะต้อง
แจ้งรายละเอียดของคนหางานที่ขออนุญาตจัดส่ง โดยระบุ ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประชาชนที่อยู่ของคนหางาน
อาชีพก่อนการเดินทาง ระดับการศึกษา ระยะเวลาการทำงาน ชื่อนายจ้าง และสถานที่ทำงานในต่างประเทศ
กรมการจัดหางาน จะอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศได้ในระยะเวลา 60 วัน นับตั้งแต่
วันที่ได้รับอนุญาต หากมีเหตุจำเป็นขอขยายเวลาในการจัดส่งออกไปได้ แต่ไม่เกิน 30 วัน คือท่านจะได้เดินทาง
ในช่วงระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ให้ไปทำงานต่างประเทศว่ามีชื่อของตัวท่านหรือไม่
 
 
6. บริษัทจัดหางานจะต้องส่งคนหางาน ที่ได้รับอนุญาตให้ไปทำงานต่างประเทศ
เข้ารับการอบรมก่อนเดินทาง
 
เจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานจะเป็นผู้อบรมให้ฟรี คนหางานไม่ต้องเสียค่าอบรม เพราะเป็นขั้นตอน
ตามกฎหมายที่บังคับไว้ เพื่อให้คนหางานมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับสัญญาจ้างงาน ข้อควรปฏิบัติ ข้อห้าม กฎหมายและขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศที่คนหางานจะไปทำงาน
 
 
7. บริษัทจัดหางานต้องจัดการให้นายจ้างในต่างประเทศส่งเงินเข้ากองทุน
 
เพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ถ้าไม่อาจจัดการได้ต้องเป็นผู้ส่งเงินเข้ากองทุนเอง
 
 
8. บริษัทจัดหางานต้องพาคนหางานเดินทางผ่านด่านตรวจ คนหางานของกรมการจัดหางาน
 
เจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางานจะตรวจสอบว่าคนหางานไปทำงาน โดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
และมีเอกสารสำคัญต่าง ๆ ครบถ้วนหรือไม่ เมื่อคนหางานผ่านการตรวจแล้วจะต้องถือเอกสารสำคัญติดตัวไปด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ สัญญาจ้างงาน อย่าคืนให้บริษัทจัดหางานเป็นอันขาด
 
 
9. บริษัทจัดหางานต้องแจ้งรายชื่อคนหางาน และสถานที่ทำงานในต่างประเทศ
 
ให้สำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศทราบภายใน 15 วัน คนหางานก็ต้องรายงานตัวเมื่อเดินทาง
ไปถึงภายใน 15 วัน แต่ควรจะรายงานตัวทันทีเพื่อจะได้ไม่ลืม โดยใช้แบบรายงานตัวที่เจ้าหน้าที่
กรมการจัดหางานมอบให้ในวันที่อบรมก่อนเดินทาง
 
 
10. บริษัทจัดหางานต้องดูแลให้คนหางานได้รับค่าจ้าง และตำแหน่งงานตรงตามสัญญาจ้างงาน
 
 
ความรับผิดชอบของบริษัทจัดหางานมีอย่างไร?
 
 
บริษัทจัดหางานที่จัดส่งท่านไปทำงาน จะต้องรับผิดชอบท่านตามสัญญาจัดหางาน (จง.33)
ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ดังนี้
 
- หากไม่สามารถจัดส่งท่านไปทำงานได้ ให้คืนค่าบริการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ภายใน 30 วัน
- หากท่านไม่ได้งานตามสัญญาจัดหางาน ต้องจัดการให้ท่านเดินทางกลับประเทศไทย โดยออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จำเป็น และต้องคืนค่าบริการ และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เรียกเก็บไว้
- หากท่านได้ค่าจ้างต่ำกว่าหรือได้ตำแหน่งงานไม่ตรงตามสัญญาจัดหางาน และท่านต้องการเดินทางกลับ ต้องจัดการให้ท่านเดินทางกลับ แต่หากท่านต้องการทำงานที่ได้ค่าจ้างต่ำกว่าต่อไป ให้คืนค่าบริการตามส่วน
กับค่าจ้างที่ได้รับจริง ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ขอรับเงินคืน
- หากท่านไม่สามารถทำงานได้ จนสิ้นสุดระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในสัญญาจัดหางาน เพราะถูกเลิกจ้าง
โดยมิใช่สาเหตุจากตัวท่านเอง บริษัทจัดหางานต้องคืนค่าบริการ และค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บไปแล้วตามส่วน กับ
ระยะเวลาที่คนหางานได้ทำงานภายใน 30 วัน นับจากวันที่ท่านขอรับเงินคืน