รมว.แรงงานฯ สปป.ลาว เยี่ยมศูนย์ตรวจสัญชาติแรงงาน ที่ศูนย์การค้า ไอ ที สแควร์

 

วันที่ 5 กันยายน 2560 นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ให้การต้อนรับ ดร.คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในโอกาสที่เดินทางมาตรวจเยี่ยมศูนย์ตรวจสัญชาติแรงงานลาว ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าไอที สแควร์ เขตหลักสี่กรุงเทพฯ  

นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ศูนย์ตรวจสัญชาติแรงงานลาว แห่งนี้ให้บริการตรวจสัญชาติเพื่อปรับสถานภาพแรงงานลาวเฉพาะกลุ่มที่ถือบัตรสีชมพู ซึ่งมีอยู่ประมาณ 71,000 คนในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำที่บัตรจะหมดอายุวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 และกลุ่มแรงงานทั่วไปที่บัตรจะหมดอายุวันที่ 31 มีนาคม 2561 โดยเปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2560 – 15 มีนาคม 2561 ซึ่งมีขั้นตอนในการดำเนินการ 4 ขั้นตอนคือ ขั้นตอนที่ 1 แรงงานลาวไปติดต่อที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อขอหนังสือรับรองการออกนอกพื้นที่ไปตรวจสัญชาติในราชอาณาจักรและจองคิวเลือกวันที่สะดวกในการเข้ารับการตรวจสัญชาติที่ศูนย์การค้าไอที สแควร์  ขั้นตอนที่ 2 เข้ารับการตรวจสัญชาติที่ศูนย์ปรับสถานภาพ เอกสารที่ใช้คือ 1) บัตรสีชมพู  2) ใบนัดคิว 3) หนังสือรับรองการออกนอกพื้นที่ 4) เอกสารส่วนบุคคลอย่างใดอย่างหนึ่งที่สามารถบ่งบอกว่าเป็นพลเมืองลาวเพื่อยืนยันตัวตน เช่น ใบขับขี่ บัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นต้น มีค่าธรรมเนียมและค่าบริการออกเอกสาร CI เป็นเงินสดจำนวน 2,000 บาท ผู้ติดตาม 400 บาท และค่าบริการตรวจลงตราวีซ่า 500 บาท ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นการปรับสถานภาพแรงงานลาวจะได้รับเอกสาร CI และ Work Permit Card (WP) ของทางการลาว ขั้นตอนที่ 3 แรงงานลาวไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลหรือศูนย์บริการสาธารณสุข ค่าบริการ 500 บาท ไม่ต้องทำประกันสุขภาพแต่อย่างใด ขั้นตอนที่ 4 แรงงานลาวนำเอกสาร CI บัตรสีชมพู และ Work Permit Card (WP) ของทางการลาวกลับไปติดต่อขอใบอนุญาตทำงานที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดในท้องที่ที่เป็นสถานที่ทำงานของแรงงานภายในระยะเวลา 15 วัน ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 100 บาท กรณีทำงานกับนายจ้างเดิม หากเปลี่ยนนายจ้างใหม่เสียค่าธรรมเนียม 1,000 บาท ทั้งนี้ กลุ่มแรงงานประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำจะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 และกลุ่มแรงงานทั่วไปได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 จากนั้นทั้งสองกลุ่มสามารถตรวจลงตราวีซ่าทำงาน (Visa Non Immigrant L-A) และอนุญาตการทำงานได้อีก 2 ปี 

นายวรานนท์ฯ กล่าวเน้นย้ำให้แรงงานลาว โดยเฉพาะกลุ่มในกิจการประมงทะเลและแปรรูปสัตว์น้ำเร่งมาดำเนินการโดยด่วน เพราะการอนุญาตทำงานจะหมดอายุวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้แล้ว หากไม่ได้ดำเนินการใดๆ จะต้องกลับประเทศ และกลับมาทำงานใหม่ในรูปแบบ MOU และจากการดำเนินการเปิดศูนย์ฯตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม – 4 กันยายน 2560 ปรากฏว่ามีแรงงานลาวมาตรวจสัญชาติเพื่อขอรับ CI แล้วจำนวน 578 คน ผู้ติดตาม จำนวน 33 คน

ด้าน ดร.คำแพง ไซสมแพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่า การปรับสถานภาพแรงงานในครั้งนี้จะทำให้แรงงานสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย เป็นการปรับสถานภาพให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งแต่ละประเทศก็มีกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม และขอขอบคุณกระทรวงแรงงานและกรมการจัดหางานที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการดำเนินการ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในเรื่องสถานที่ ซึ่งนายจ้าง-ลูกจ้างสามารถเดินทางไปมาได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ก็ขอฝากให้แรงงานลาวรีบมาปรับสถานภาพให้ถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งทางการลาวและไทยก็จะร่วมมือกันเพื่อให้การทำงานของแรงงานถูกต้องตามกฎหมายต่อไป สำหรับกลุ่มแรงงานลาวที่ทำงานกับนายจ้างอยู่ในประเทศไทยโดยไม่มีเอกสารแสดงตน ซึ่งผ่านการคัดกรองความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้างแล้วต้องไปตรวจสัญชาติที่ สปป.ลาวนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกันระหว่างทางการภายใน สปป.ลาว ซึ่งคาดว่ามีแนวโน้มจะเข้ามาตรวจสัญชาติในประเทศไทย