บิ๊กบี้ ! ยันไม่มีการจ้างแรงงานเด็ก

 

พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยืนยันไม่มีการจ้างเด็กต่างด้าวต่ำกว่า 15 ปีทำงาน พร้อมย้ำไม่อนุญาตให้เด็กต่างด้าว กัมพูชา ลาว เมียนมา ต่ำกว่า 18 ปี ทำงานล่วงเวลา งานเสี่ยงอันตราย หรือในสถานบันเทิง โดยอนุญาตทำงาน 2 อาชีพเท่านั้น คือ กรรมกรและผู้รับใช้ในบ้าน รวมทั้งยังยืนยันความร่วมมือกับประเทศต้นทางปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อสิทธิประโยชน์และคุ้มครองแรงงาน

พลเอก ศิริชัย ฯ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรณีมีข่าวว่า ทางการเมียนมาไม่ออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) ให้เด็กต่างด้าวอายุต่ำกว่า 18 ปีเพื่อใช้ในการทำงานนั้น การออกเอกสาร CI ดังกล่าวเป็นการดำเนินการพิจารณาของประเทศต้นทาง หากประเทศต้นทางพิจารณาออกเอกสารให้แล้วก็สามารถขอตรวจลงตรา (VISA) กับตรวจคนเข้าเมืองของไทย และยื่นขอใบอนุญาตทำงานจากกระทรวงแรงงานได้ โดยงานที่อนุญาตให้ทำได้คืองานกรรมกร และผู้รับใช้ในบ้านเท่านั้น คนต่างด้าวไม่สามารถทำงานขายของหน้าร้านได้ ส่วนกรณีการอนุญาตทำงานให้กับเด็กต่างด้าวที่อายุต่ำกว่า 18 ปีนั้น ขอเรียนว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้ว่าห้ามนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นลูกจ้าง ส่วนกรณีที่มีการอนุญาตให้เด็กต่างด้าวอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานเป็นลูกจ้างนั้นสามารถทำได้ แต่เป็นการอนุญาตให้เฉพาะงานที่ไม่เป็นอันตรายเท่านั้น เช่น งานที่ไม่เกี่ยวกับความร้อน ความเย็น ความสั่นสะเทือน เสียงและแสงที่มีระดับแตกต่างจากปกติอันอาจเป็นอันตราย งานที่ไม่เกี่ยวกับวัตถุมีพิษ วัตถุระเบิด หรือวัตถุไวไฟ เว้นแต่งานในสถานีบริการที่เป็นเชื้อเพลิง เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานไม่เคยอนุญาตให้เด็กต่างด้าวอายุ 15-18 ปีทำงานล่วงเวลาหรือทำงานในวันหยุด รวมทั้งทำงานในสถานที่ต่างๆ ที่เป็นข้อห้ามตาม พรบ.คุ้มครองแรงงาน เช่น ในโรงฆ่าสัตว์ สถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่ายและบริการ หรือมีบริการนวดให้แก่ลูกค้า เป็นต้น สำหรับการนำคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมาเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายแบบ MOU นั้น กระทรวงแรงงานมีข้อตกลงร่วมกันกับประเทศต้นทางว่าจะต้องนำเข้าแรงงานอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปเข้ามาทำงาน ดังนั้น จะไม่มีการอนุญาตทำงานให้กับเด็กต่างด้าวที่เข้ามาทำงานตามระบบ MOU ซึ่งอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่อย่างใด 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมากระทรวงแรงงานได้ดำเนินมาตรการผ่อนคลายเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 โดยให้นายจ้างที่จ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมาทำงานโดยไม่มีเอกสารแสดงตนมาแจ้งการทำงานของแรงงานฯ โดยมีนายจ้างมาลงทะเบียนทั้งสิ้น 198,332 ราย แรงงานต่างด้าว 797,685 คน จากนั้นนายจ้าง-ลูกจ้างต้องมาพิสูจน์ทราบความสัมพันธ์การเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง เพื่อป้องกันการขนคนเข้ามาใหม่ ซึ่งมีแรงงานฯ ผ่านการคัดกรองจำนวนทั้งสิ้น 726,876 คน นายจ้าง 185,424 ราย ไม่ผ่าน 20,451 คน โดยสาเหตุหนึ่งที่ไม่ผ่านการคัดกรองเนื่องจากมีอายุต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งกระทรวงแรงงานได้ขอความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการตรวจสอบด้วยวิธีการทางการแพทย์ เพื่อให้ทราบอายุของแรงงานต่างด้าว หากปรากฏว่ามีอายุต่ำกว่า 15 ปี จะไม่อนุญาตให้ทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กระทรวงแรงงานมิได้นิ่งนอนใจในปัญหาต่างๆ และพร้อมที่จะจัดระเบียบการทำงานของแรงงานต่างด้าวเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยยึดหลักการตามมาตรฐานสากล ซึ่งทางการของประเทศต้นทางทั้ง 3 ประเทศก็เห็นด้วยร่วมกันและสนับสนุนที่จะให้การเข้ามาทำงานของแรงงานในประเทศของตนถูกต้องตามกฎหมายและเป็นที่ยอมรับ ทั้งนี้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคงของประเทศ และขอขอบคุณนายจ้าง/สถานประกอบการที่ให้ความร่วมมือในการจ้างแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งหากปฏิบัติอย่างถูกต้องก็จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อนายจ้าง แรงงานต่างด้าวและประเทศชาติ