tel โทรศัพท์ : 053-112-744-6,053-112-911-4 email cmi@doe.go.th

เงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้าน ย้ำนายจ้างและคนต่างด้าว..ให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขโดยเคร่งครัด

 

นายสุธรรม  บัวแก้ว  จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่  เปิดเผยว่า  กรมการจัดหางาน ออกประกาศกรมการจัดหางาน เรื่อง เงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้านกับนายจ้าง  ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 20 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป เพื่อกำหนดเงื่อนไขการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้าน  โดยงานขายของหน้าร้านกำหนดคุณสมบัตินายจ้างที่จะรับคนต่างด้าว  เข้าทำงานจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์ ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์ หรือในกรณีร้านค้าที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ให้นายจ้างแสดงใบอนุญาต หนังสือรับรอง หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ เพื่อประกอบพาณิชยกิจ และนายจ้างต้องรับคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านตามหลักสัดส่วน สูงสุดไม่เกิน 20 คน ซึ่งพิจารณาจากหลักเกณฑ์การชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลในรอบปีภาษีที่ผ่านมา  ที่กำหนดสัดส่วนการรับคนต่างด้าวได้ตั้งแต่ 1 - 10 คน ตามมูลค่าภาษีเงินได้ที่ได้ชำระแล้ว โดยกรณีที่  รอบปีภาษีที่ผ่านมา ได้ยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้และได้รับยกเว้นการเรียกเก็บภาษีเงินได้ สามารถรับคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านได้ 1 คน กรณีที่ชำระภาษีเงินได้ตั้งแต่ 1 - 50,000 บาท สามารถรับคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านได้ 3 คน และในกรณีที่ชำระภาษีเงินได้เกินกว่า 50,000 บาท ทุกๆ 50,000 บาท สามารถจ้างคนต่างด้าวทำงานขายของหน้าร้านเพิ่มได้ 1 คน ทั้งนี้ ไม่เกิน 10 คน และหากต้องการรับ   คนต่างด้าวเข้าทำงานเกินกว่า 10 คน ให้นำหลักเกณฑ์การจ้างงานมาใช้พิจารณา คือ นายจ้างที่มีลูกจ้างคนไทย30 คน สามารถรับคนต่างด้าวเข้าทำงานเพิ่มได้ 1 คน และถ้ามีการจ้างคนไทยเพิ่มทุกๆ 10 คน สามารถ  รับคนต่างด้าวได้อีก 1 คน  ซึ่งรวมทั้ง 2 หลักเกณฑ์แล้วนายจ้างจะสามารถรับคนต่างเข้าทำงานขายของหน้าร้านได้ไม่เกิน 20 คน  ส่วนการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานกรรมกรนั้น ไม่ได้กำหนดเรื่องสัดส่วนจำนวนคนต่างด้าว  ที่จะรับเข้าทำงานไว้  ซึ่งคนต่างด้าวจะมีสิทธิทำงานกรรมกรและงานขายของหน้าร้านได้ ก็ต่อเมื่อในใบอนุญาตทำงานระบุสิทธิว่า สามารถทำงานกรรมกรหรืองานขายของหน้าร้านได้เท่านั้น และงานขายของหน้าร้าน  จะต้องระบุนายจ้างด้วย 

  ทั้งนี้ หากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว คนต่างด้าวและนายจ้างจะมีความผิดตามพระราชกำหนด  การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยคนต่างด้าวจะมีความผิด  ตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท และเมื่อได้ชำระค่าปรับแล้ว ให้ส่งคนต่างด้าวผู้นั้น  กลับออกไปนอกราชอาณาจักร  ส่วนนายจ้างจะมีความผิดตามมาตรา 9 สำหรับการกระทำความผิดครั้งแรก ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และหากเป็นการกระทำความผิดครั้งที่สอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 ถึง 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามผู้นั้นจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลาสามปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ 

  สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้รับทราบโดยทั่วกัน พร้อมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ หากนายจ้าง/สถานประกอบการประสงค์จะยื่นคำขอเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทงานกรรมกรหรืองานขายของหน้าร้านในใบอนุญาตทำงาน สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ สาขาย่อย ศูนย์สินค้าเกษตรภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ ถนนคันคลองชลประทาน โทร. 0-5311-2911-4  ในวันและเวลาราชการ