กระทรวงแรงงาน ปั้น “นักจัดหางาน” ตั้งเป้าส่งเสริมการจ้างงานเต็มศักยภาพรับการเปิดประเทศ

 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาด  ทั่วโลกดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของประเทศไทยอยู่ระหว่างการเตรียมปรับโรคโควิด-19 ให้เป็นโรคประจำถิ่น และปรับลดมาตรการต่าง ๆ ให้สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติภายใต้วิถีชีวิตใหม่ สำหรับกระทรวงแรงงานเองมีการพัฒนารูปแบบการให้บริการให้ทันยุค ทันสมัย ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยเพิ่มช่องทางให้ผู้ใช้บริการเข้าถึงบริการออนไลน์ที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ตลอดจนสร้างการรับรู้งานบริการจัดหางานภาครัฐให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพให้ "นักจัดหางาน" ได้มีความรู้ มีทักษะ ที่จำเป็นพร้อมที่จะขับเคลื่อนบริการจัดหางานภาครัฐ ส่งเสริมการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพรับการเปิดประเทศ และเป็นที่ยอมรับ ไว้วางใจของคนหางาน และผู้ประกอบการ

รัฐบาลโดยการนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มีนโยบายปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยมีการแพร่ระบาดของโรคโควิดเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งเร้าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศไทยต้องพัฒนาประสิทธิภาพ ยกระดับการบริหารจัดการภาครัฐให้ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งหัวใจสำคัญคือ บุคลากรภาครัฐ” การสร้างและพัฒนาคนจึงเป็นกลไกสนับสนุนการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนางสาวบุณยวีร์ ไขว้พันธุ์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 - 2567 กระทรวงแรงงานมีแผนในการพัฒนาฐานข้อมูลกำลังแรงงานและความต้องการแรงงานของประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และบริษัทผู้รับอนุญาตจัดหางานในประเทศ โดยมีการแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ระบบ Big Data ของกระทรวงแรงงาน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้มความต้องการแรงงานและวางแผนกำลังคนของประเทศ กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน จึงมีการพัฒนาบุคลากร ตามหลักสูตร “นักจัดหางานมืออาชีพ” ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือนักจัดหางานระดับต้น และนักจัดหางานระดับกลาง เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ต่าง ๆ ด้านจัดหางานในประเทศ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้นำความรู้ไปปรับใช้ในการส่งเสริมการมีงานทำ ให้ประชาชนมีงานทำ มีรายได้ ตามความรู้ความสามารถ ประสบการณ์และทักษะของตนเอง และนายจ้าง/สถานประกอบการ ได้แรงงานที่ตรงตามความต้องการ และมีความรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สามารถให้บริการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและผู้รับบริการได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2565 นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน ได้มอบหมายให้ตนเป็นประธาน เปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรนักจัดหางานระดับกลาง ปีงบประมาณ 2565 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม 2565 ณ ห้องประชุมเทียน อัชกุล ชั้น 10 กรมการจัดหางาน พร้อมมอบกำลังใจแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เข้ารับการอบรมในรูปแบบออนไซต์ (Onsite) จำนวน 30 คน และออนไลน์ผ่าน VDO Conference จำนวน 53 คน รวมทั้งสิ้น 83 คน โดยขอให้ทุกคนเก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ เพื่อนำไปปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อการให้บริการจัดหางานภาครัฐต่อไป