กระทรวงแรงงาน แจ้งข่าวดี !! ต่างด้าวกลุ่มพาสปอร์ตเล่มสีม่วงที่วีซ่ายังไม่หมดอายุ ยังทำงานในไทยต่อได้ RSS

 

กระทรวงแรงงาน แจ้งข่าวดี !! ต่างด้าวกลุ่มพาสปอร์ตเล่มสีม่วงที่วีซ่ายังไม่หมดอายุ ยังทำงานในไทยต่อได้

กระทรวงแรงงานแจง แรงงานต่างด้าวกลุ่มที่ได้รับพาสปอร์ตเล่มสีม่วงและได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคมนี้สามารถไปต่อวีซ่าได้ที่ตรวจคนเข้าเมืองในท้องที่ที่แรงงานต่างด้าวทำงานและขออนุญาตทำงานได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานคร ในเขตพื้นที่ที่ทำงานของแรงงานฯ โดยสามารถอยู่และอาศัยได้ไม่เกิน ๔ ปี 

นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงแนวทางการดำเนินการในกรณีของกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ได้รับพาสปอร์ตเล่มสีม่วงและได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทยได้ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคมนี้ว่า พาสปอร์ตเล่มสีม่วง หรือหนังสือเดินทางชั่วคราว (Temporary Passport) เป็นเอกสารที่ทางการเมียนมาออกให้กับแรงงานที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว ซึ่งเอกสารดังกล่าวมีอายุ ๖ ปี แต่ปัจจุบันทางการเมียนมาไม่ออกหนังสือเดินทางชั่วคราวในลักษณะดังกล่าวให้กับแรงงานเมียนมาที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติอีกต่อไปแล้ว แต่จะออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity) หรือ CI ให้กับแรงงานเมียนมาที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแทนหนังสือเดินทางชั่วคราวเล่มสีม่วง ทั้งนี้ แรงงานต่างด้าวกลุ่มที่มีพาสปอร์ตเล่มสีม่วงและประสงค์จะทำงานต่อในประเทศไทย สามารถไปขอรับการตรวจลงตรา (Visa) ประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรได้ที่ตรวจคนเข้าเมือง และขออนุญาตทำงานได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครในเขตพื้นที่ที่แรงงานต่างด้าวทำงาน ซึ่งจะสามารถอยู่อาศัยและทำงานได้ไม่เกิน ๔ ปี หรือไม่เกินกว่าอายุของหนังสือเดินทางชั่วคราว  โดยขออนุญาตทำงานได้คราวละ ๒ ปี หากทำงานครบกำหนด ๔ ปีแล้ว แรงงานต่างด้าวต้องเดินทางกลับประเทศ อย่างไรก็ตาม หากประสงค์จะกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยอีก ต้องกลับเข้ามาทำงานตามระบบ MOU ซึ่งนายจ้างสามารถแจ้งความต้องการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานได้ ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๑ – ๑๐ 

นายอนุรักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายจ้าง/สถานประกอบการที่มีแรงงานถือพาสปอร์ตเล่มสีม่วงดังกล่าวไม่ต้องกังวล เพราะลูกจ้างต่างด้าวของท่านยังสามารถอยู่และทำงานได้ต่อไปอีก ๔ ปี ทั้งนี้ การเข้ามาทำงานตามระบบ MOU นั้น กระทรวงแรงงานได้มีการประสานกับประเทศต้นทางเพื่อลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่าย และลดระยะเวลาลง เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินการให้กับนายจ้าง/สถานประกอบการ เพื่อไม่ให้กระทบกับธุรกิจของผู้ประกอบการ