ก.แรงงาน จับมือ ภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ป้อนงานผู้สูงอายุ สร้างอาชีพ เสริมรายได้ RSS

 

วันที่ 14 มิถุนายน 2561 ที่ห้องประชุม เทียน อัชกุล ชั้น 10 กรมการจัดหางาน พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรม “สานพลังประชารัฐ สร้างงาน สร้างอาชีพ รองรับสังคมผู้สูงวัย” ระหว่างภาครัฐภาคเอกชน เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพาณิชย์ นายจ้าง/สถานประกอบการ ชุมชนและครอบครัว และภาคีเครือข่ายภาคสังคม เป็นต้น โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน  นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงแรงงาน ร่วมการประชุม 

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานภาคีว่า รัฐบาลได้กำหนดกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาคนเชิงคุณภาพในทุกช่วงวัย สำหรับผู้สูงอายุ ได้ส่งเสริมให้เป็นพลัง

ในการขับเคลื่อนประเทศ ผ่านการเสริมทักษะการดำรงชีวิต ทักษะอาชีพในการหารายได้ มีงานทำที่เหมาะสมกับศักยภาพ ซึ่งผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ปัจจุบันมีจำนวน 11.35 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16.8 ของประชากร

ทั้งชาติ โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 มุ่งเน้นให้ผู้สูงอายุวัยเกิน 60-69 ปีมีงานทำ 

มีรายได้ที่เหมาะสม ขณะเดียวกันแผนผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ.2545-2564) ได้มีมาตรการส่งเสริมด้านการทำงานและหารายได้ของผู้สูงอายุในส่วนของการทำงานเต็มและไม่เต็มเวลาทั้งในระบบและนอกระบบ รวมถึงการฝึกอาชีพและการจัดหางานที่เหมาะสมอีกด้วย

การประชุมในวันนี้เป็นการร่วมกันพิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนงานในการสร้างงาน สร้างอาชีพ  รองรับสังคมสูงวัย โดยในส่วนของกระทรวงแรงงานนั้นมีภารกิจที่ต้องดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใช้แรงงาน

ทุกช่วงวัยทั้งในระบบและนอกระบบให้มีงานทำ มีความรู้ ความสามารถ มีรายได้ในการประกอบอาชีพ โดยมีหน่วยงานในสังกัดระดับกรมร่วมกันขับเคลื่อนการมีงานทำให้ผู้สูงอายุคือ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน กำหนดอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง MOU สร้างความร่วมมือระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งเสริม สนับสนุนและคุ้มครองการจ้างแรงงานผู้สูงอายุ ส่วน กรมการจัดหางาน บริการจัดหางานผู้สูงอายุ จ้างงานผู้สูงอายุ

ในภาครัฐ สำรวจข้อมูลผู้สูงอายุที่ต้องการประกอบอาชีพหรือทำงาน ส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ สร้างคุณค่าภูมิปัญญาผู้สูงอายุ  ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ 1 อำเภอ 1 ภูมิปัญญา และส่งเสริมการมีงานทำผู้สูงอายุในอุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว ขณะที่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะฝึกอบรมแรงงานสูงอายุ เพื่อเพิ่มโอกาสการประกอบอาชีพ และจ้างพนักงานราชการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาฝีมือแรงงาน

ส่วน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จะมี พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2560 ที่เอื้อต่อการทำงานของผู้สูงอายุ  ส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ส่งเสริมสวัสดิการแรงงานสูงอายุเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมออกหน่วยเคลื่อนที่เพื่อให้บริการสวัสดิการด้านการดูแลสุขภาพ ขณะเดียวกัน สำนักงานประกันสังคม จะจัดเตรียมการดำเนินการปรับปรุงระบบประกันสังคมและ

แนวทางการดูแลให้สอดคล้องกับการจ้างงานผู้สูงอายุ

สำหรับประเภทงานที่ผู้สูงอายุทำได้นั้นคือ 1. การทำงานแบบมีนายจ้าง คือ งานบริการ และงานพื้นฐานในอุตสาหกรรมการขายส่ง ขายปลีก อุตสาหกรรมโรงแรมและภัตตาคาร  2. การรับงานไปทำที่บ้าน คืออาชีพที่ทำให้เกิดการสร้างและถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมและงานในอาชีพที่ใช้ความสามารถทางฝีมือ  3. อาชีพอิสระ คือ ที่ปรึกษา อาจารย์ งานบริการด้านสาธารณสุขและกฎหมาย งานบริหาร การบริการชุมชน/สังคมและการรวมกลุ่มทำงานต่างๆ ที่ไม่ต้องพึ่งการจ้างงานจากนายจ้าง ทั้งนี้ ลักษณะงานที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุคืองานที่ทำไม่เต็มเวลา งานที่สามารถปรับเปลี่ยนเวลาในการทำงานปัจจุบันข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า มีผู้สูงอายุประกอบอาชีพเกษตรและประมง ร้อยละ 56.5 พนักงานบริการและจำหน่ายสินค้า ร้อยละ 19.6 ช่างฝีมือและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องร้อยละ 8.6 และประกอบอาชีพอื่นๆ ร้อยละ 7.20 

รมว.แรงงาน กล่าวในตอนท้ายว่า การประชุมในวันนี้เป็นรูปแบบประชารัฐ โดยทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดเป็นรูปธรรม ซึ่งกระทรวงแรงงานมีกำหนด Kickoff ส่งเสริมการมีงานทำให้แก่ผู้สูงอายุในวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งในวันนั้นจะเป็นการส่งตัวผู้สูงอายุเข้าทำงานในสถานประกอบการ มีกิจกรรมส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ กิจกรรมการฝึกทักษะฝีมือแรงงาน การให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน มีการรับชิ้นงานของผู้สูงอายุไปทำที่บ้าน และให้บริการสวัสดิการด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งหากผู้สูงอายุใดประสงค์จะทำงานหรือสถานประกอบการใดประสงค์จะรับผู้สูงอายุเข้าทำงาน สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครในเขตพื้นที่ใกล้บ้านท่าน หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506