แรงงานต่างด้าวทำงานขับวินมอเตอร์ไซต์หรือขับขี่ยานยนต์ มีความผิด เป็นงานห้ามคนต่างด้าวทำ RSS

 

กระทรวงแรงงานแจง แรงงานต่างด้าวทำงานรับจ้างขับขี่ยานยนต์หรือยานพาหนะ เช่น ขับวินมอเตอร์ไซต์ เป็นต้น มีความผิด เพราะเป็นงานห้ามคนต่างด้าวทำ และหากมีใบอนุญาตทำงานแต่ทำงานแตกต่างจากประเภทงาน นายจ้าง ท้องที่หรือเงื่อนไขในการทำงาน ตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตทำงาน จะมีความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ซึ่งขณะนี้สามารถดำเนินคดีได้ เนื่องจากไม่เข้าข่ายการยกเว้นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 33/2560 

นายวรานนท์ ปีติวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน ชี้แจงกรณีที่แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเข้ามาทำงานขับวินมอเตอร์ไซต์นั้นมีความผิด เนื่องจากเป็นงานห้ามคนต่างด้าวทำ ตามประกาศกำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ.2522 คืองานขับขี่ยานยนต์หรืองานขับขี่ยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องกล ยกเว้นงานขับขี่เครื่องบินระหว่างประเทศ นอกจากนี้ คนต่างด้าวดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 ดังนี้ 1) หากทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจะมีความผิดตามมาตรา 8 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 101 2) หากมีใบอนุญาตทำงานแต่ทำงานแตกต่างจากประเภทงาน นายจ้าง ท้องที่หรือเงื่อนไขในการทำงาน ตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตทำงาน จะมีความผิดตามมาตรา 70 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท ตามมาตรา 121 อย่างไรก็ตาม แรงงานขับวินมอเตอร์ไซต์ดังกล่าวจะได้รับการยกเว้นบทลงโทษตามมาตรา 101 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 33/2560 แต่หากแรงงานต่างด้าวมีใบอนุญาตทำงานประเภทอื่นและมาขับขี่วินมอเตอร์ไซต์จะมีความผิดตามมาตรา 70 ประกอบมาตรา 121 ซึ่งสามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย โดยจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการทำงานของแรงงานเมียนมาที่ขับวินมอเตอร์ไซต์ในครั้งนี้ต่อไป 

นายวรานนท์ฯ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าวินมอเตอร์ไซต์ชาวเมียนมาเรียกเก็บเงินจากแรงงานเมียนมาด้วยกันโดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกเพื่อตรวจสอบหนังสือเดินทางของหน่วยงานรัฐนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเน้นย้ำให้ข้าราชการและพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตโปร่งใส ซึ่งกระทรวงแรงงานได้มีคำสั่งไม่ให้พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ หรือกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใด โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น หากพบกระทำผิดจะต้องดำเนินการทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองกับพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้นั้นอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด