ประชาสัมพันธ์ นายจ้าง/สถานประกอบการ ดำเนินการตามมติ ครม. 13 ก.ค. 2564 เพื่อแรงงานต่างด้าวอยู่และทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย

 

กระทรวงแรงงาน แนะนายจ้าง/สถานประกอบการ ดำเนินการตามมติ ครม. 13 กรกฎาคม 2564 เพื่อแรงงานต่างด้าวอยู่และทำงานในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย


          แนวทางการดำเนินการตามมติครม.เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 64 เตือนนายจ้าง/สถานประกอบการวางแผนดำเนินการภายในกำหนด หลีกเลี่ยงการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ย้ำมีผลบังคับใช้แล้วหลังราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงแรงงาน และประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม2564 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงแรงงาน 4 ฉบับ พร้อมกับประกาศกระทรวงมหาดไทย 4 ฉบับ ที่มีผลบังคับใช้ทันที โดยประกาศดังกล่าวกล่าวถึงแนวทางการดำเนินการของคนต่างด้าว 3 สัญชาติ กลุ่มมติครม.วันที่ 20 ส.ค. 62 กลุ่มมติครม.วันที่ 4 ส.ค. 63 กลุ่มมติครม. วันที่ 10 พ.ย. 63 และกลุ่มที่ใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดให้แล้วเสร็จ รวมทั้งขยายระยะเวลาการหานายจ้างรายใหม่ของแรงงานต่างด้าวจาก 30 วัน เป็น 60 วัน โดยขอสรุปขั้นตอนการดำเนินการ ระยะเวลา และค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน โดยแยกตามกลุ่มมติต่างๆ ดังนี้

ดาวน์โหลดเอกสารแบบฟอร์ม  (บต.50 แนบตามเอกสาร อ1)

กลุ่มคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 

ขออนุญาตทำงานก่อนใบอนุญาตทำงานเดิมหมดอายุ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2564 หรือ 31 มีนาคม 2565 แล้วแต่กรณีของระยะเวลาการอนุญาตทำงานเดิม และขอตรวจอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร รวมทั้งขอหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางฉบับใหม่กรณีเอกสารเดิมหมดอายุ ภายในวันที่    1 สิงหาคม 2565 เพื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานในประเทศไทย ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566

- กรณีใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 30 กันยายน 2564 ชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ 100 บาท ใบอนุญาตทำงาน 1,350 บาท รวมเป็นเงิน 1,450 บาท

- กรณีใบอนุญาตทำงานหมดอายุวันที่ 31 มีนาคม 2565 ชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ 100 บาท ใบอนุญาตทำงาน 900 บาท รวมเป็นเงิน 1,000 บาท

กลุ่มคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 แยกเป็น 2 กรณี ดังนี้  

1. คนต่างด้าวที่ถือบัตรชมพู ที่ใบอนุญาตทำงานด้านหลังบัตรหมดอายุวันที่ 31 มีนาคม 2565 หากประสงค์ทำงานต่อไป ต้องยื่นคำขออนุญาตทำงานก่อนใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ พร้อมชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ 100 บาท ใบอนุญาตทำงาน 900 บาท รวมเป็นเงิน 1,000 บาท และขอตรวจอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2565

2. คนต่างด้าวที่ถือใบรับคำขอ (บต.23) ต้องตรวจและทำประกันสุขภาพ จัดทำหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยให้แล้วเสร็จจนได้บัตรชมพู ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2565 หากประสงค์จะทำงานต่อไปให้ดำเนินการเช่นเดียวกับคนต่างด้าวที่ถือบัตรชมพู ที่ใบอนุญาตทำงานด้านหลังบัตรหมดอายุวันที่ 31 มีนาคม 2565 รวมทั้งขอหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางฉบับใหม่กรณีเอกสารเดิมหมดอายุ ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2565 เพื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานในประเทศไทย ไม่เกินวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566

ดาวน์โหลดเอกสารแบบฟอร์ม (แบบ บต.30)

กลุ่มคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 
ขออนุญาตทำงานก่อนใบอนุญาตทำงานเดิมหมดอายุหรือภายในระยะเวลาที่กำหนดพร้อมชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ 100 บาท ใบอนุญาตทำงาน 1,800 บาท รวมเป็นเงิน 1,900 บาท ตรวจและทำประกันสุขภาพ ขอตรวจอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร รวมทั้งขอหนังสือเดินทางใหม่กรณีเอกสารเดิมหมดอายุ ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2565 เพื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี นับจากการอนุญาตทำงานเดิมสิ้นสุด

ดาวน์โหลดเอกสารแบบฟอร์ม (แบบ บต.30)

กลุ่มคนต่างด้าวเข้ามาตาม MoU ที่วาระการจ้างงานครบ 2 ปี

ให้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ โดยขออนุญาตทำงานก่อนใบอนุญาตทำงานเดิมหมดอายุหรือภายในระยะเวลาที่กำหนดพร้อมชำระค่าธรรมเนียมยื่นคำขอ 100 บาท ใบอนุญาตทำงาน 1,800 บาท รวมเป็นเงิน 1,900 บาท ตรวจและทำประกันสุขภาพ ขอตรวจอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร เพื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี นับจากการอนุญาตทำงานเดิมสิ้นสุด

ดาวน์โหลดเอกสารแบบฟอร์ม (แบบ บต.50 แนบเอกสาร อ2)

กลุ่มคนต่างด้าว 3 สัญชาติที่เข้ามาทำงานตาม MoU คนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 และคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ซึ่งใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมาย

อาทิ แรงงานต่างด้าวที่ไม่สามารถหานายจ้างรายใหม่ทันภายใน 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ให้นายจ้างยื่นคำขออนุญาตทำงานแทนคนต่างด้าวและชำระค่าธรรมเนียม ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ตรวจและทำประกันสุขภาพ ขอตรวจอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักร รวมทั้งขอหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางฉบับใหม่กรณีเอกสารเดิมหมดอายุ ภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2565 เพื่อได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานในประเทศไทย ไม่เกินวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566

กรณีที่หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของคนต่างด้าวสิ้นอายุ ให้คนต่างด้าวดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเอกสารดังกล่าวภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2565 ในส่วนของการออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity : CI) ทางการเมียนมาจะออกเอกสารรับรองบุคคล (CI) ให้ โดยตั้งศูนย์บริการ จำนวน 5 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดระนอง จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติลาว และกัมพูชาสามารถขอเอกสารดังกล่าวได้ที่สถานเอกอัครราชทูตตามสัญชาติของตนที่ประจำอยู่ในประเทศไทย ซึ่งจะเริ่มดำเนินการโดยเร็วเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย หรือสามารถดำเนินการได้ ในส่วนแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในกิจการที่อยู่ในระบบประกันสังคม ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน ระหว่างเข้าสู่ระบบประกันสังคมและยังไม่เกิดสิทธิ ต้องซื้อประกันสุขภาพตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด หรือซื้อประกันสุขภาพกับบริษัทประกันภัย เป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งรวมการประกันโรคโควิด-19 โดยอัตราเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทประกันภัย กรณีแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในกิจการที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคมต้องซื้อประกันสุขภาพตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด หากเคยซื้อประกันสุขภาพแล้วไม่ต้องซื้ออีกโดยให้ใช้สำเนาบัตรประกันสุขภาพเดิม

ทั้งนี้ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้นายจ้าง/สถานประกอบการ วางแผนดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้แก่แรงงานต่างด้าวภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และขอให้ติดตามข่าวสารจากรมการจัดหางานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งนอกจากทำให้การใช้แรงงานต่างด้าวเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายไม่ต้องหลบซ่อนแล้ว ยังทำให้แรงงานต่างด้าวในความดูแลของท่าน ได้รับการดูแลตามกฎหมาย และการรักษาพยาบาลตามสิทธิที่พึงมีอีกด้วย

หากคนต่างด้าวไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด และทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกผลักดันส่งกลับ ส่วนนายจ้างที่จ้าง
คนต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้มีโทษปรับ 10,000 - 100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำต้องมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี

หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน ตั้งอยู่ชั้น 1 อาคารศูนย์ราชการกระทรวงแรงงาน หมู่ที่ 10 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน หมายเลขโทรศัพท์ 053 525 543-4 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์สำนักงานจัดหางานฯ www.doe.go.th/lamphun หรือทาง Facebook Fanpage ชื่อ สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน