บิ๊กอู๋’ ฟิต ! ติดตามผลแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานประมง

 

รมว.แรงงาน เรียกทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานประมง ผลยอดแรงงานประมงตามมาตรา 83 ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติได้รับการขยายระยะเวลาทำงานแล้ว 1,421 คน สั่งจัดหางาน 22 จังหวัดติดทะเลติดตามเร่งรัดนายจ้างแบบเคาะประตูบ้านรีบนำแรงงานมาเข้าศูนย์ OSS ตามกำหนดระยะเวลา ขณะที่มีผู้ประกอบการประมงทะเลยื่นความต้องการนำเข้าตาม MOU แล้ว 12,868 คน

วันนี้ (5 กันยายน 2561) ที่ห้องประชุมประสงค์ รณะนันทน์ ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมติดตามแนวทางการแก้ไขปัญหา  การขาดแคลนแรงงานภาคประมงทะเล โดยมีนายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน นายวิวัฒน์ ตังหงษ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมประมง กรมการปกครอง กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น ร่วมประชุม

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังการประชุมว่า ตนได้สั่งการจัดหางาน22 จังหวัดติดทะเลติดตามนายจ้าง ผู้ประกอบการประมงทะเล “แบบเคาะประตูบ้าน” รีบพาแรงงานต่างด้าวตามมาตรา 83 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติมาดำเนินการขยายระยะเวลาการทำงานที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (OSS) ใน 22 จังหวัดติดทะเลโดยเร็ว พร้อมให้จัดทำแผนและกำหนดนัดให้นายจ้างนำแรงงานมาดำเนินการภายในกำหนด ทั้งยังขอให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งรัดประชาสัมพันธ์ ซึ่งขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวประมงมาขยายระยะเวลาการทำงานแล้วจำนวน 1,421 คน เป็นกัมพูชา 917 คน ลาว 25 คน เมียนมา 479 คน โดยจังหวัดสงขลามาดำเนินการมากที่สุด รองลงมาเป็นปัตตานี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรปราการ และชุมพร ตามลำดับ โดยระยะเวลาการอยู่และทำงานในราชอาณาจักร 2 ปี ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 อนุญาตครั้งละ 1 ปี ดำเนินการตั้งแต่ 20 สิงหาคม – 30 กันยายน 2561

สำหรับการนำเข้าแรงงานตาม MOU นั้น ขณะนี้มีนายจ้างผู้ประกอบการประมงทะเลยื่นความต้องการนำเข้าแล้วจำนวน 12,868 คน เป็นกัมพูชา 7,386 คน ลาว 352 คน เมียนมา 5,006 คน ส่วนความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์แรกรับเข้าทำงานและสิ้นสุดการจ้างคาดว่าสามารถรองรับแรงงานเมียนมาที่จะเดินทางเข้ามาทำงานทันภายในกำหนด ขณะเดียวกันได้มีการหารือกับทุกหน่วยที่ร่วมดำเนินการในศูนย์ฯ ในระดับพื้นที่แล้ว ประกอบด้วย 3 หน่วยงานคือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมการปกครอง กรมการจัดหางาน ในส่วนของแรงงานต่างด้าวที่ถือหนังสือเดินทาง หนังสือเดินทางชั่วคราว เอกสารรับรองบุคคล เอกสารการเดินทาง ซึ่งเอกสารดังกล่าวยังมีอายุเหลืออยู่ อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อทำงานในกิจการประมงทะเลเป็นเวลา 1 ปี โดยใช้หนังสือ คนประจำเรือ (Seabook) เป็นใบอนุญาตทำงานนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงจะได้เสนอคณะรัฐมนตรี และออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลา 1 ปีเพื่อทำงานประมงทะเล โดยใช้หนังสือคนประจำเรือ (Seabook) เป็นใบอนุญาตทำงาน

ด้านความคืบหน้าการอนุญาตให้แรงงานเวียดนามที่ลักลอบทำงานในประเทศไทยเดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักรและหากประสงค์จะทำงานให้กลับเข้ามาตาม MOU โดยเพิ่มประเภทงานให้ทำงานรับใช้ในบ้าน และงานกรรมกรในทุกกิจการเช่นเดียวกับแรงงาน 3 สัญชาตินั้น ผู้แทนกระทรวงแรงงานจะได้เดินทางไปเยือนเวียดนามเพื่อประชุมหารือแนวทางการดำเนินการเพื่อเห็นชอบร่วมกันประมาณกลางเดือนกันยายนนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าว

ที่มา : https://www.doe.go.th