กนร. เห็นชอบขยายเวลาออกหนังสือคนประจำเรือ และจัดทำทะเบียนประวัติแรงงานต่างด้าวประมงกัมพูชา ลาว เมียนมา

 

ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) มีมติเห็นชอบให้แรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมาที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ภายหลังวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 สามารถจัดทำทะเบียนประวัติ และขอรับหนังสือคนประจำเรือ (Seabook) เพื่อทำงานในกิจการประมงทะเลได้ พร้อมขยายระยะเวลาการดำเนินการออกไปอีก

วันที่ 7 มกราคม 2562 ที่ห้องประชุม ศ.นิคม จันทรวิทุร ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน  นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ กองทัพบก กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น เข้าร่วมประชุม

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) ว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาการดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วนชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงทะเลเพิ่มเติม โดยสืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง การออกหนังสือคนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ฉบับที่ 2 พ.ศ.2561 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2561 และกรมประมงได้ออกประกาศให้คนต่างด้าวจัดทำทะเบียนประวัติและยื่นคำขอรับ Seabook ระหว่างวันที่ 3 ธันวาคม 2561 – 31 มกราคม 2562 ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศเรื่อง การยกเว้นข้อห้ามมิให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา สามารถยื่นคำขอรับหนังสือคนประจำเรือเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวและทำงานกับนายจ้างในกิจการประมงทะเล ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2561 

จากตามประกาศกระทรวงมหาดไทยที่ได้กำหนดให้แรงงานต่างด้าวที่จะได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการทำงานดังกล่าว ต้องเป็นแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรก่อนหรือในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 และ (1) ระยะเวลาการอนุญาตสิ้นสุดลงแต่ไม่ได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร (2) ระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังเหลืออยู่ (3) ไม่มีรอยตราประทับตรวจหนังสือเดินทางขาเข้าในหนังสือเดินทาง เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคล แต่มีหลักฐานการจัดทำทะเบียนประวัติหรือบัตรประจำตัวตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร โดยที่ประชุมคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (อกนร.) เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้พิจารณาดังนี้  1. มอบหมายกระทรวงมหาดไทย โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ออกประกาศกระทรวงมหาดไทยให้ครอบคลุมคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายหลังวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561  2.  ขอขยายระยะเวลาการดำเนินการออกหนังสือคนประจำเรือ (Seabook) ออกไปอีก  3. ให้กระทรวงการต่างประเทศมอบอำนาจการตรวจลงตรา (Non Immigrant L-A) ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

ดังนั้น เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ภายหลังวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 สามารถเข้าจัดทำทะเบียนประวัติ รับหนังสือคนประจำเรือ (Seabook) ขอรับการตรวจลงตราและประทับตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง ซึ่งจะสามารถจัดหาแรงงานต่างด้าวที่มีเอกสารแสดงตนอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาทำงานในกิจการประมงทะเลได้เพิ่มขึ้น ที่ประชุม กนร. ในวันนี้จึงมีมติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดังนี้ 1. มอบหมายกระทรวงมหาดไทยออกประกาศกระทรวงมหาดไทยให้ครอบคลุมคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองภายหลังวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561  2. ขอขยายระยะเวลาการดำเนินการออกหนังสือคนประจำเรือ (Seabook) ออกไปอีก และ 3. ให้กระทรวงการต่างประเทศ มอบอำนาจการตรวจลงตรา (Non Immigrant L-A) ให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  เปิดเผยถึงผลความคืบหน้าการจัดทำหนังสือคนประจำเรือ ตามมาตรา 83 ที่ศูนย์ OSS ว่า ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน - 4 มกราคม  2562 มีนายจ้าง จำนวน 1,901 ราย มาแจ้งความต้องการแรงงานต่างด้าว จำนวนทั้งสิ้น 25,920 คน แรงงานต่างด้าวมาจดทะเบียนคนประจำเรือตั้งแต่วันที่ 3-4 มกราคม 2562 จำนวนทั้งสิ้น 1,813 คน เป็นเมียนมา 1,080 คน คิดเป็นร้อยละ 59.56 ลาว 49 คน คิดเป็นร้อยละ 2.70 และกัมพูชา 684 คน คิดเป็นร้อยละ 37.72 ของผู้ที่มาจัดทำ Seabook โดยจังหวัดที่มาดำเนินการ 5 ลำดับแรกได้แก่ 1. ปัตตานี 2. ชุมพร 3. ตราด 4. ระยอง 5. สมุทรสงคราม

ที่มา : www.doe.go.th