เปิดแล้ว ! ศูนย์บริการวีซ่า และใบอนุญาตทำงาน ที่จังหวัดเชียงใหม่ แบบ One Stop Service อำนวยความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย

 

วันที่ 14 มกราคม 2562 ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน  เป็นประธานเปิดศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานจังหวัดเชียงใหม่ (One Stop Service : DIGITAL WORK PERMIT) สำหรับคนต่างด้าวที่ทำงานในสถานประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อำนวยความสะดวกในการยื่นขออนุญาตทำงาน ลดขั้นตอน ลดเวลาการยื่นเอกสาร ลดเจ้าหน้าที่และโปร่งใส ตอบโจทย์ Thailand 4.0  โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ร่วมเปิดศูนย์ฯ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเปิดศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานจังหวัดเชียงใหม่ ว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยวางแผนประเทศระยะยาวภายใต้นโยบาย Thailand 4.0  ที่มุ่งเน้นปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ และยกระดับการให้บริการภาครัฐให้เกิดความเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ลดการใช้เอกสารซ้ำซ้อน นำไปสู่การเป็น Smart Thailand ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อให้บริการแบบที่เดียว ทันใด ทั่วไทย ทั่วโลก ทุกเวลา ซึ่งการที่กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กำหนดกระบวนการยื่นคำขออนุญาตทำงานและออกใบอนุญาตทำงานผ่านระบบ Single Window for Visa and Work Permit สำหรับคนต่างด้าวที่ทำงานในสถานประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน นับเป็นการตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 ได้เป็นอย่างดี กล่าวคือเป็นการอำนวยความสะดวกในการยื่นขออนุญาตทำงาน ลดขั้นตอน ลดเวลาการยื่นเอกสาร ลดเจ้าหน้าที่ ลดเอกสาร มีการพิจารณาที่เป็นมาตรฐานและโปร่งใส สำหรับใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวนั้น ก็จะไม่เป็นเล่มเอกสารหรือบัตรแข็งอีกต่อไป แต่จะเป็นใบอนุญาตทำงานแบบดิจิทัล (Digital Work Permit) บนโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน  ซึ่งสะดวกต่อการพกพา สามารถตรวจสอบได้ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ยากต่อการปลอมแปลง และไม่มีการสูญหาย โดยมีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ รองรับ BOI ปัจจุบันศูนย์บริการฯ เปิดให้บริการใน 3 แห่ง คือ 1. ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน ที่อาคารจัตุรัสจามจุรี กรุงเทพมหานคร  2. จังหวัดภูเก็ต  3. จังหวัดเชียงใหม่  โดยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่นั้น ได้มีการเปิดใช้งานระบบ Single Window for Visa and Work Permit ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา สำหรับศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานจังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันนี้เป็นวันแรก โดยได้ร่วมกันจัดตั้งขึ้นในรูปแบบของ One Stop Service ให้บริการ ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชียงใหม่ ถนนสนามบิน ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นศูนย์ที่ให้บริการแก่ คนต่างด้าวที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อย่างครบวงจร โดยมีหน่วยงานหลักให้บริการภายในศูนย์ฯ จำนวน 2 หน่วยงาน  ได้แก่ 1. สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่ในการให้บริการเกี่ยวกับวีซ่า และ 2. สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ ในการให้บริการออกใบอนุญาตทำงาน  การดำเนินงานภายในศูนย์ฯ คือ เมื่อคนต่างด้าวยื่นคำขออนุญาตทำงานผ่านระบบ Single Window แล้ว หน่วยงานที่ให้บริการจะพิจารณาอนุญาตในระบบ และแจ้งผลการพิจารณาทาง E-mail เมื่อคนต่างด้าวได้รับการอนุญาต จะต้องนัดหมายในระบบเพื่อมาแสดงตน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่เพื่อชำระค่าธรรมเนียม และถ่ายรูปลงลายมือชื่อดิจิตอล เพื่อจะได้ User Name และ Password มาลงทะเบียนใน Application ชื่อ “Thailand Digital Work Permit” ซึ่งรองรับการใช้งานทั้งในระบบ IOS และ Android เมื่อคนต่างด้าวลงทะเบียนแล้ว จะปรากฏ Digital work permit บนโทรศัพท์มือถือของคนต่างด้าว จากนั้น คนต่างด้าวต้องมาแสดงตนเพื่อขอ VISA ต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงใหม่

รมว.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ จังหวัดเชียงใหม่มีคนต่างด้าวที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวนทั้งสิ้น 555 คน เข้าสู่ระบบ Single Window แล้วจำนวน 419 คน เหลืออีก 136 คน เนื่องจากใบอนุญาตทำงานเดิมยังไม่หมดอายุ การจัดตั้งศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ในครั้งนี้ นับเป็นการปรับโครงสร้างการให้บริการภาครัฐ เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว ประหยัด และทันสมัย

ที่มา : www.doe.go.th