“บิ๊กอู๋”เข้ม จับมือตำรวจกวาดล้างต่างด้าวเถื่อน เจอ-จับ-ปรับ-ส่งกลับ ปูพรมทั่วประเทศ 1 ก.ค.นี้

 

วันที่: 

 21 มิถุนายน 2018

            รมว.แรงงาน มอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติ ภายใต้โครงการตรวจสอบ ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดีคนต่างด้าวลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังครบกำหนดผ่อนผัน ร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบสวนจับกุมการกระทำผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ เจอ-จับ-ปรับ-ส่งกลับประเทศต้นทาง ฝ่าฝืนมีโทษทั้งนายจ้างและลูกจ้าง แนะประสงค์ทำงานในประเทศไทยเข้ามาตามระบบ MOU เท่านั้น

[img src="http://www.mol.go.th/sites/default/files/170489.jpg" width="800" height="533" alt="">

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนา มอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติ ภายใต้โครงการตรวจสอบ ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดีคนต่างด้าวลักลอบทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-22 มิถุนายน 2561 ณ ห้องจูปิเตอร์ 6-7 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 และวันที่ 27 มีนาคม 2561 เห็นชอบการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว โดยผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อเข้ารับการพิสูจน์สัญชาติกับประเทศต้นทาง ตรวจลงตรา (Visa) ขออนุญาตทำงานและจัดทำทะเบียนประวัติภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2561 ดังนั้น เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการการทำงานของคนงานต่างด้าว ให้เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน และมนุษยธรรม กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าว โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ข้าราชการตำรวจทุกจังหวัด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รวมทั้งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จัดชุดปฏิบัติการ รวม 113 ชุด ชุดละ 5 นาย รวม 565 นาย เพื่อสืบสวนจับกุม การกระทำผิดตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2561 มาตรา 8 และมาตรา 9 โดยมีเป้าหมายในภาพรวมทั้งประเทศ ในการจับกุมนายจ้างและแรงงานต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมายเพื่อคงความศักดิ์ของกฎหมาย นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้จัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ บูรณาการกำลังพลร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว 
           พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าวว่า ขอให้นายจ้างที่รับแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา เข้าทำงาน แต่ยังไม่ได้พิสูจน์สัญชาติกับประเทศต้นทาง และตรวจลงตรา (Visa) ขออนุญาตทำงานและจัดทำทะเบียนประวัติ ให้รีบดำเนินการพาลูกจ้างเข้าสู่กระบวนการโดยด่วน พร้อมเน้นย้ำ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะดำเนินการกวาดล้างแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้มาดำเนินการพิสูจน์สัญชาติภายในระยะเวลาตามที่กำหนด โดยในระยะแรกจะเริ่มปฏิบัติการอย่างเข้มข้นภายในระยะ 2 สัปดาห์ หลังจากที่ครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป 
           พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมาย และนายจ้างที่ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในกลุ่มแรงงานต่างด้าว รวมทั้งเป็นการยกระดับการทำงานในเรื่องดังกล่าวให้มีมาตรฐานสากลต่อไป และขอเน้นย้ำ ในการทำงานต้องตระหนักว่าแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ เป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญในภาคการผลิตของประเทศ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องมีมุมมองในเรื่องของการให้ความดูแล และคุ้มครอง มิใช่การจ้องจับผิด แต่ควรใช้มาตรการเสริมสร้างความเข้าใจควบคู่ไปด้วย
            “1 กรกฎาคมนี้ หากพบคนต่างด้าวทำงาน โดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือที่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับ 5,000 – 50,000 บาท พร้อมส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร และห้ามขออนุญาตทำงานภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ได้รับโทษ และสำหรับนายจ้างที่จ้างคนต่างด้าวโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับ 10,000 – 100,000 บาท/คนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับและห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปี หากแรงงานต่างด้าวมีความประสงค์จะทำงานในประเทศไทย จะต้องเข้ามาในรูปแบบการนำเข้าตามระบบ MOU เท่านั้น” พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าวในท้ายสุด

------------------------------------

กองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์/ณัฏฐภัทร์ ชื่นเอี่ยม – ข่าว/สมภพ ศีลบุตร - ภาพ/กรมการจัดหางาน – ข้อมูล/21 มิถุนายน 2561