‘บิ๊กแรงงาน’ เข้ม ! สั่งการเร่งตรวจสอบ ติดตาม ดำเนินคดีผู้หลอกลวง ชักชวนไปทำงานฟินแลนด์

 

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งกรมการจัดหางาน เร่งตรวจสอบ ดำเนินคดีผู้แอบอ้างหลอกชักชวนไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศสวีเดน และฟินแลนด์ ด้วยรายได้เกินจริงกว่า 85,000 บาท พร้อมย้ำผู้ใดจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางานหรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้มีความผิดตามกฎหมาย ถูกจับปรับติดคุก

นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีนโยบายเน้นหนักในการป้องกันและแก้ไขปัญหาแรงงานไทยถูกหลอกลวงและลักลอบไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีผู้ชักชวนแรงงานไทยไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศสวีเดน และฟินแลนด์ โดยโพสต์โฆษณารายได้เกินจริงผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดียว่ามีรายได้ถึง 70,000 – 85,000 บาท ซึ่งพบว่ามีแรงงานไทยหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก เกี่ยวกับเรื่องนี้ รมว.แรงงานห่วงใยพี่น้องแรงงานไทยว่าจะถูกหลอก โดยได้สั่งการให้กรมการจัดหางานเร่งตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนคนหางาน ดังนั้น เพื่อมิให้แรงงานไทยหลงเชื่อคำชักชวนเกินจริงดังกล่าว กรมการจัดหางานจึงขอแจ้งให้ทราบว่า การไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศสวีเดนและฟินแลนด์นั้น แรงงานจะมีรายได้จริงประมาณเดือนละ 1,000 – 1,200 ยูโร หรือประมาณ 39,000 – 46,800 บาท และก่อนเดินทางไปทำงาน แรงงานจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกประมาณ  60,000-70,000 บาทต่อคน  เช่น ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ เป็นต้น และขณะนี้ยังไม่ได้เปิดรับแรงงานแต่อย่างใด เนื่องจากฤดูกาลเก็บผลไม้ป่าในประเทศสวีเดน และฟินแลนด์จะอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี  จึงอย่าหลงเชื่อผู้ที่ชักชวนไปทำงานเก็บผลไม้ป่าดังกล่าว และขอให้แรงงานไทยศึกษาข้อมูลการทำงานให้รอบคอบกับกรมการจัดหางานก่อนตัดสินใจเดินทาง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ได้สั่งการให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 เฝ้าระวัง คุมเข้ม ตรวจสอบและสกัดกั้น เพื่อคุ้มครองคนหางานที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศไม่ให้ถูกหลอกลวงจากสาย/นายหน้าเถื่อน รวมทั้งได้ตรวจสอบเว็บไซต์ที่มีพฤติกรรมในการโฆษณาชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ผ่านสายตรวจออนไลน์ อย่างเข้มงวด ซึ่งแรงงานไทยที่ถูกหลอกลวงสามารถแจ้งความหรือแจ้งเบาะแสได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 และสถานีตำรวจทั่วประเทศ หรือโทร.สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

กรณีที่มีการโฆษณาการจัดหางานให้คนหางานไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศฟินแลนด์ โดยการโฆษณาจัดหางานไม่เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2537 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากผู้ใดจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจัดหางานกลาง ต้องระวางโทษจำคุก 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีที่มีผู้มาร้องทุกข์ว่าถูกหลอกลวงไปทำงานเก็บผลไม้ป่า และพนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิด จะมีความผิดฐานหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวง ต้องระวางโทษจำคุก 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นางเพชรรัตน์ฯ กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2562 ตั้งแต่เดือนตุลาคม – ธันวาคม 2561 มีคนหางานมาร้องทุกข์กับกรมการจัดหางาน กรณีถูกสาย/นายหน้าจัดหางานเถื่อนหลอกจำนวน 123 ราย โดยส่วนใหญ่ถูกหลอกไปทำงานประเทศเกาหลีใต้มากที่สุด รองลงมาเป็นญี่ปุ่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิตาลี และนิวซีแลนด์ ตามลำดับ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับสาย/นายหน้าเถื่อนดังกล่าวแล้ว