การยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว (3 สัญชาติ) ตามมติ ครม. วันที่ 4 สิงหาคม 2563


           **สามารถยื่นเอกสารได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10**

           สำหรับกลุ่มแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ให้แรงงานต่างด้าว 4 กลุ่ม ที่เคยมีใบอนุญาตทำงาน แต่การอนุญาตสิ้นสุด และไม่สามารถเดินทางกลับออกไปนอกราชอาณาจักร เนื่องจากมาตรการปิดจุดผ่านแดน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว และให้ทำงานได้เป็นกรณีพิเศษ

            แรงงานต่างด้าวที่สามารถดำเนินการตามแนวทางนี้ได้ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามข้อตกลง MoU  ซึ่งครบวาระการจ้างงาน 4 ปี กลุ่มที่ 2) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ถือเอกสารประจำตัวได้แก่ หนังสือเดินทาง (Passport : PP) เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง (TD) หนังสือรับรองสถานะบุคคล (CI) ที่ใบอนุญาตทำงานและการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดในช่วงตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 แต่ไม่ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562  กลุ่มที่ 3) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามข้อตกลง MoU ที่การอนุญาตทำงานสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 50,53,55 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว อาทิ ออกจากนายจ้างรายเดิม แต่ยังหานายจ้างรายใหม่ไม่ได้ภายใน 30 วัน เป็นต้น  กลุ่มที่ 4) แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานโดยใช้บัตรผ่านแดน (Border Pass) ตามความตกลงว่าด้วยการข้ามแดน ซึ่งเข้ามาทำงานในลักษณะไป - กลับ หรือตามฤดูกาล ตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งครบวาระการจ้างงาน และการอนุญาตให้พำนักในเขตพื้นที่ชายแดนที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุด

              แรงงานต่างด้าวกลุ่มที่ 1 – 3 จะต้องยื่นขอรับใบอนุญาตทำงาน กับกรมการจัดหางาน ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 และดำเนินการตามขั้นตอนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  ได้แก่ การตรวจสุขภาพ/ซื้อประกันสุขภาพ   การขอตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (Visa)  และการทำบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู)  จะได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565  ส่วนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานโดยใช้บัตรผ่านแดน (Border Pass) จะต้องยื่นขอรับใบอนุญาตทำงาน กับกรมการจัดหางาน ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 และตรวจสุขภาพ/ซื้อประกันสุขภาพ  โดยใบอนุญาตทำงานมีอายุครั้งละ 3 เดือน แต่สามารถขอต่อเนื่องได้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคม 2565


เอกสารประกอบการยื่น (สำหรับคนต่างด้าวซึ่งถือหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคล)

1. แบบ บต.23 (คนต่างด้าวลงชื่อ) ดาวน์โหลด

2. - สำเนาหนังสือเดินทางของคนต่างด้าว เฉพาะหน้าที่มีข้อมูลแสดงตัวตนและหน้าที่มีการประทับตรา หรือ

    - สำเนาเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางของคนต่างด้าว เฉพาะหน้าที่มีข้อมูลแสดงตัวตนและหน้าที่มีการประทับตรา หรือ

    - สำเนาหนังสือรับรองสถานะบุคคล เฉพาะหน้าที่มีข้อมูลแสดงตัวตนและหน้าที่มีการประทับตรา

3.สำเนาหลักฐานแสดงการอนุญาตทำงาน (ยกเว้นผู้ยื่นคำขอเป็นบุตรของคนต่างด้าว)

4.สำเนาสัญญาจ้างระหว่างคนต่างด้าวและนายจ้าง

5.รูปถ่ายคนต่างด้าว ขนาด 3x4 ซม. (1 นิ้วครึ่ง) จำนวน 2 รูป

6.เอกสารหลักฐานของนายจ้าง

      กรณีบุคคลธรรมดา

     - สำเนาบัตรประชาชน + สำเนาทะเบียนบ้าน

     - สำเนาใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองแสดงการประกอบกิจการ

       พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

       กรณีนิติบุคคล

     - สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล (ไม่เกิน 6 เดือน) 

       พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

     - หนังสือรับรองการจ้างของผู้ซึ่งเป็นนายจ้างโดยระบุเหตุผลที่ไม่จ้างบุคคลสัญชาติไทยทำงาน

7.กรณีต่างด้าวไม่มา ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท

8.กรณีนายจ้างไม่มา ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากนายจ้าง ติดอากรแสตมป์ 10 บาท

   พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ

*ค่าบริการของ บต.23
ค่าคำขอ + ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน 1,450 บาท


เอกสารประกอบการยื่น (สำหรับคนต่างด้าวซึ่งถือบัตรผ่านแดน Border Pass)

1. แบบ บต.24 (คนต่างด้าวลงชื่อ) ดาวน์โหลด

2.สำเนาบัตรผ่านแดนเฉพาะหน้าที่มีข้อมูลแสดงตัวตนและหน้าที่มีการประทับตรา

3.สำเนาหลักฐานแสดงการอนุญาตทำงาน (ยกเว้นผู้ยื่นคำขอเป็นบุตรของคนต่างด้าว)

4.สำเนาสัญญาจ้างระหว่างคนต่างด้าวและนายจ้าง

5.รูปถ่ายคนต่างด้าว ขนาด 3x4 ซม. (1 นิ้วครึ่ง) จำนวน 2 รูป

6.เอกสารหลักฐานของนายจ้าง

      กรณีบุคคลธรรมดา

     - สำเนาบัตรประชาชน + สำเนาทะเบียนบ้าน

     - สำเนาใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองแสดงการประกอบกิจการ

       พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

       กรณีนิติบุคคล

     - สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล (ไม่เกิน 6 เดือน)

       พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง

     - หนังสือรับรองการจ้างของผู้ซึ่งเป็นนายจ้างโดยระบุเหตุผลที่ไม่จ้างบุคคลสัญชาติไทยทำงาน

7.กรณีต่างด้าวไม่มา ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ ติดอากรแสตมป์ 10 บาท

8.กรณีนายจ้างไม่มา ต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากนายจ้าง ติดอากรแสตมป์ 10 บาท

   พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ

**ค่าบริการของ บต.24
ค่าคำขอ + ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน 325 บาท


ขั้นตอนการดำเนินการตามมติ ครม. 4 สิงหาคม 2563
1.ยื่นขอรับใบอนุญาตทำงาน ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 ถึง 31 ตุลาคม 2563
2.ตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพ (โรงพยาบาลของรัฐเท่านั้น) ภายในวันที่ 31 มกราคม 2564

ลิ้งค์ตรวจสอบโรงพยาบาลของรัฐ : https://bit.ly/3kW4179
3.ยื่นขอรับการตรวจอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรต่อไป ภายในวันที่ 31 มกราคม 2564
4.จัดทำ/ปรับปรุงทะเบียนประวัติ ทำบัตรชมพู ที่มีใบอนุญาตทำงานด้านหลังบัตร 
   ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ถึง 31 มีนาคม 2564

หมายเหตุ: ขั้นตอนการทำบัตรชมพู (กรมการปกครอง) แนบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านซึ่งเป็นบ้านที่แรงงานต่างด้าวพักอาศัยอยู่ พร้อมหนังสือยินยอมของเจ้าบ้านให้แรงงานต่างด้าวพักอาศัย โดยอาจทำเป็นหนังสือให้ความยินยอมหรือบันทึกข้อความแสดงความยินยอมไว้ในสำเนาทะเบียนบ้านก็ได้


เอกสารที่เกี่ยวข้อง

1. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙


2. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา และเมียนมา ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักร ตามมาตรา ๖๔ แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙


3. ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙


4. ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ สำหรับคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา และเมียนมา ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานในราชอาณาจักรตามมาตรา ๖๔ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙


ประเด็นถาม – ตอบ Q & A
การดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

  ๑. แรงงานกลุ่มไหนที่สามารถยื่นขออนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

  ตอบ  มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ กำหนดให้คนต่างด้าวซึ่งเดิมได้รับอนุญาตให้อยู่และทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่การอนุญาตนั้นได้สิ้นสุดลงและยังไม่ได้เดินทางกลับออกไป
นอกราชอาณาจักร อันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด - 19  จำนวน ๔ กลุ่ม ได้แก่

  ๑. คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามบันทึก
ความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (MoU) ภายใต้บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงาน (Agreement) วาระการจ้างงานครบ ๔ ปี

  ๒. คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามบันทึก
ความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (MoU) ภายใต้บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการจ้างแรงงาน (Agreement) ที่การอนุญาตทำงานสิ้นสุดตามมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๓ และมาตรา ๕๕ แห่งพระราชกำหนด
การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ และแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกลุ่มนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า
การได้รับอนุญาตทำงานสิ้นสุดแล้ว

  ๓. คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ได้รับเอกสารประจำตัว ได้แก่ หนังสือเดินทาง เอกสารเดินทาง หรือเอกสารรับรองบุคคล ซึ่งการได้รับอนุญาต
ให้อยู่ในราชอาณาจักรและการอนุญาตให้ทำงานสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ถึงวันที่
๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓ แต่นายจ้างไม่ได้ดำเนินการยื่นขอรับบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

  ๔. คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามความตกลงว่าด้วย
การข้ามแดนในลักษณะไป – กลับ หรือแบบตามฤดูกาล ที่ครบวาระการจ้างงานและการอนุญาตให้พำนักในเขตพื้นที่ชายแดนที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุด

  ๒. กลุ่มแรงงาน Mou วาระการจ้างงานครบ ๔ ปี ใบอนุญาตทำงานจะต้องหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงเมื่อไหร่

  ตอบ  ครบวาระการจ้างงาน ๔ ปี ไม่มีวันเริ่มต้น แต่ต้องไม่เกินวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓
ซึ่งหากคนต่างด้าวมีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางที่ยังมีอายุเหลืออยู่ก็สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม หากคนต่างด้าวได้อยู่เกินระยะเวลาการอนุญาตให้อยู่ในราชขอาณาจักรเป็นการชั่วคราว
ตั้งแต่ช่วงก่อนมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในช่วงระยะเวลาการอยู่เกิน
จะถูกปรับฐานความผิดตามกฎหมายคนเข้าเมือง (Overstay)

  สำหรับระยะเวลาที่คนต่างด้าวได้รับการคุ้มครองการให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ไม่ผิดฐาน Overstay) ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย มีดังนี้

  ๑. แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานตาม MoU วาระการจ้างงานครบ ๔ ปี และแรงงาน
ที่เข้ามาทำงานในลักษณะไป - กลับ หรือตามฤดูกาล ที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวสิ้นสุด ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นมา

  ๒. แรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ และแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานตาม MoU
ที่การอนุญาตทำงานและการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงจากเหตุอื่นที่ไม่ใช่วาระการจ้างงาน
ครบ ๔ ปี ซึ่งการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓

  ๓. กลุ่มแรงงาน MoU ที่ใบอนุญาตทำงาน สิ้นสุดตามมาตรา ๕๐, ๕๓, ๕๕ คือกลุ่มไหนบ้าง

  ตอบ  ๑. กลุ่มแรงงานต่างด้าวตาม MoU ที่ไม่มีสิทธิในการเปลี่ยนนายจ้าง

  ๒. กลุ่มแแรงงานต่างด้าวตาม MoU ที่มีสิทธิในการเปลี่ยนนายจ้าง แต่สามารถเข้าทำงานกับนายจ้างรายใหม่ได้ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่คนต่างด้าวเลิกทำงานกับนายจ้างรายเดิม

  ๓. กลุ่มแรงงานต่างด้าวตาม MoU ที่ทำงานครบสัญญาจ้าง (๒ ปี) ที่ไม่ได้ต่อสัญญาจ้าง
กับนายจ้างรายเดิม หรือไม่ได้ทำงานกับนายจ้างรายใหม่ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่คนต่างด้าวเลิกทำงาน
กับนายจ้างรายเดิม

  ๔. กลุ่มที่เปลี่ยนนายจ้างไม่ได้ ที่จะยื่นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ จะต้องใช้ใบแจ้งออกหรือไม่ จะต้องทำอย่างไรในกรณีนี้ในการยื่นขออนุญาตทำงาน

  ตอบ  การแจ้งคนต่างด้าวออกจากงานเป็นหน้าที่ของนายจ้างตามที่กฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ซึ่งไม่ใช้หน้าที่ของคนต่างด้าว ดังนั้น กรณีที่คนต่างด้าวออกจากงานจึงไม่ต้องใช้ใบแจ้งออกจากนายจ้างรายเดิมของคนต่างด้าว แต่คนต่างด้าวต้องพิสูจน์ให้นายทะเบียนเห็นว่า
คนต่างด้าวออกจากงานด้วยเหตุใด เพื่อนายทะเบียนจะได้พิจารณาได้ว่าการที่คนต่างด้าวนั้นออกจากงานสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ตามแนวทางปกติ หรือเป็นคนต่างด้าวที่ไม่มีสิทธิเปลี่ยนนายจ้างที่กฎหมายกำหนด
ให้ใบอนุญาตทำงานเดิมสิ้นสุดลง และต้องขอรับใบอนุญาตทำงานใหม่ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
๔ สิงหาคม ๒๕๖๓

  ๕. กลุ่ม mou วาระการจ้างงานครบ ๔ ปี ภายใน ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ จะต้องรอให้ใบอนุญาตทำงานหมดก่อนหรือไม่

  ตอบ  ต้องให้การอนุญาตสิ้นสุดลงก่อน เนื่องจากตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ กำหนดให้เฉพาะคนต่างด้าวที่การอนุญาตสิ้นสุดลงแล้ว เท่านั้น ทั้งนี้ แรงงานกลุ่ม MoU ที่วาระการจ้างงานครบ ๔ ปี ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ สามารถขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานได้ตามปกติ ได้อีกไม่เกิน ๒ ปี

  ๖. เอกสารที่จะใช้ในการยื่นแต่ละขั้นตอนมีอะไรบ้าง

  ตอบ  ๑. การยื่นขอรับใบอนุญาตทำงาน ใช้แบบคำขออนุญาตทำงาน (แบบ บต.๒๓
กรณีคนต่างด้าวถือPassport, Travel Document, Certificate of Identity หรือ แบบ บต.๒๔
กรณีคนต่างด้าวถือ Border Pass) เอกสารตามที่กำหนดในรายการเอกสารหลักฐานท้ายแบบคำขออนุญาตทำงาน ดังนี้

    ๑.๑ หนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางหรือหนังสือรับรองสถานะบุคคลของคนต่างด้าว พร้อมสำเนาเฉพาะหน้าที่มีข้อมูลแสดงตัวตนและหน้าที่มีการประทับตรา หรือบัตรผ่านแดน
พร้อมสำเนาเฉพาะหน้าที่มีข้อมูลแสดงตัวตนและหน้าที่มีการประทับตรา

  ๑.๒ สำเนาหลักฐานแสดงการอนุญาตทำงานเดิม

    ๑.๓ สำเนาสัญญาจ้างระหว่างคนต่างด้าวและนายจ้าง

  ๑.๔ รูปถ่าย ขนาด ๓ x ๔ ซม. จำนวน ๒ รูป

  ๑.๕ หนังสือรับรองการจ้างของผู้ซึ่งจะเป็นนายจ้างโดยระบุเหตุผลที่ไม่จ้างบุคคลสัญชาติไทยทำงาน พร้อมทั้งหลักฐานประกอบเหตุผลดังกล่าว

  ๑.๖ เอกสารหลักฐานของนายจ้าง เช่น กรณีนายจ้างเป็นบุคคลธรรมดาใช้สำเนา เอกสารที่ทางราชการออกให้เพื่อใช้ยืนยันตัวตน (อาทิ บัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นต้น) หรือหนังสือเดินทาง หรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวของคนต่างด้าวและสำเนาใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของผู้ซึ่งจะเป็นนายจ้าง (กรณีนายจ้างเป็นคนต่างด้าว) และสำเนาใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองที่ส่วนราชการออกให้
เพื่อแสดงว่ากิจการของผู้ซึ่งจะเป็นนายจ้างได้จดทะเบียนหรือได้รับอนุญาตให้จัดตั้งหรือได้รับการรับรอง
โดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยแสดงประเภทกิจการด้วย (ถ้ามี) หรือกรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล ใช้สำเนาใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองที่ส่วนราชการออกให้เพื่อแสดงว่ากิจการของผู้ซึ่งจะเป็นนายจ้างได้จดทะเบียนหรือได้รับอนุญาตให้จัดตั้งหรือได้รับการรับรองโดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยแสดงประเภทกิจการด้วย

  ๒. การตรวจสุขภาพและประกันสุขภาพ กับโรงพยาบาลของรัฐที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ รพ.วชิรพยาบาล, รพ.กลาง, รพ.เจริญกรุงประชารักษ์, รพ.ตากสิน, รพ.สิรินธร, รพ.เวชการุณย์รัศมิ์, รพ.ลาดกระบัง กทม., รพ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร อุทิศ, รพ.ราชวิถี, รพ.เลิดสิน,
รพ.นพรัตน์, รพ.ราชพิพัฒน์ และโรงพยาบาลที่จำหน่ายบัตรประกันสุขภาพในต่างจังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาลประจำจังหวัด และโรงพยาบาลประจำอำเภอ) โดยใช้สำเนาใบรับคำขอและสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานที่ได้รับจากสำนักงานจัดหางาน เอกสารประจำตัวของคนต่างด้าวพร้อมสำเนาหลักฐาน
การเป็นผู้ประกันตน (เฉพาะที่อยู่ในระบบประกันสังคม) และสำเนาเอกสารหลักฐานของนายจ้าง

  ๓. การขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไปกับตรวจคนเข้าเมือง (เฉพาะกลุ่มคนต่างด้าวที่มี Passport, Travel Document, Certificate of Identity) โดยใช้แบบคำขออนุญาตเพื่ออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป (ตม.๗) ติดรูปถ่าย สำเนาใบรับคำขอและสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานที่ได้รับจากสำนักงานจัดหางาน เอกสารประจำตัวของคนต่างด้าวพร้อมสำเนาหน้าที่มีข้อมูลแสดงตัวตนและหน้าที่มีการประทับตราทุกหน้า ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) สำเนาเอกสารหลักฐานของนายจ้าง และหลักฐานการได้รับอนุญาตให้ทำงานเดิม
ที่สำนักงานจัดหางานออกให้ (เฉพาะกรณีคนต่างด้าวที่การอนุญาตทำงานสิ้นสุด ตามมาตรา ๕๐ มาตรา ๕๓
และมาตรา ๕๕ แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ และแก้ไขเพิ่มเติม แต่การได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวยังไม่สิ้นสุด)

  ๔. การจัดทำหรือปรับปรุงทะเบียนประวัติคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย และรับบัตรประจำตัว
คนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยที่มีใบอนุญาตทำงานอยู่ด้านหลังของบัตรกับหน่วยงานที่กรมการปกครองกำหนด (สำนักงานเขตของกรุงเทพมหานครกรณีในกรุงเทพมหานคร หรือศูนย์บริหารการทะเบียนภาค สาขาจังหวัด กรณีต่างจังหวัด) โดยใช้แบบกรอกข้อมูลทะเบียนประวัติของแรงงานต่างด้าว ๓ สัญชาติ (ท.บ.๑) เอกสารประจำตัวของคนต่างด้าวพร้อมสำเนาหน้าที่มีข้อมูลแสดงตัวตนและหน้าที่มีการประทับตราหน้าล่าสุด
ใบรับคำขอและสำเนาใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงานที่ได้รับจากสำนักงานจัดหางาน
สำเนาใบรับรองผลการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) และสำเนาเอกสารสิทธิด้านสุขภาพ (ประกันสุขภาพหรือประกันสังคม) สำเนาเอกสารหลักฐานของนายจ้าง และสำเนาทะเบียนบ้านของนายจ้าง กรณีนายจ้างไม่ใช่เจ้าของบ้านที่คนต่างด้าวพักอาศัยต้องหนังสือยินยอมให้คนต่างด้าวใช้บ้านของเจ้าบ้าน พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน

  ๗. ในกรณีที่ไปยื่นขออนุญาตทำงานแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการให้จะต้องทำอย่างไร

  ตอบ  ดำเนินการ ดังนี้

  ๑. ขอคำชี้แจง จากเจ้าหน้าที่ หรือหัวหน้างาน หรือหัวหน้าสำนักงาน

  ๒. หากยื่นคำขออนุญาตทำงานแล้วนายทะเบียนไม่อนุญาต ให้นายทะเบียนออกหนังสือคำสั่งไม่อนุญาตพร้อมเหตุผล รวมถึงระบุสิทธิในการอุทธรณ์

  ๘. แรงงานที่ตรวจลงตราวีซ่าถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๔ หรือ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ แล้ว เมื่อมายื่นขออนุญาตทำงานตามมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๓ จะต้องยกเลิกวีซ่าเดิมเพื่อตรวจลงตราวีซ่าใหม่ หรือไม่ ต้องทำอย่างไร

  ตอบ  ต้องยกเลิก เนื่องจากดวงตราการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรที่ออกให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน

  ๙.  แรงงานที่มีสิทธิอยู่อาศัย (วีซ่า) ตามมติคณะรัฐมนตรีถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕ แต่อายุ
ของหนังสือเดินทางหมดก่อน ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๕ จะต้องทำอย่างไร

  ตอบ  กรณีดังกล่าว ให้คนต่างด้าวไปดำเนินการจัดทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ หรือขยายอายุ
ของเล่มหนังสือเดินทาง ณ สถานเอกอัครราชทูตประเทศต้นทาง ซึ่งถ้าคนต่างด้าวได้หนังสือเดินทางเล่มใหม่สามารถไปขอย้ายดวงตราการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวจากหนังสือเดินทางเล่มเก่าเข้าสู่เล่มใหม่
หรือกรณีได้รับการขยายอายุหนังสือเดินทางสามารถขอรับสิทธิให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเพิ่มตามสิทธิ
ที่ควรได้รับ ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง