ก.แรงงาน ติวเข้มแรงงานไทย สร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมไปทำงานอิสราเอล RSS

 

วันที่ 22 มีนาคม 2562 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานปิดการฝึกอบรมพร้อมมอบวุฒิบัตรและให้โอวาทแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรม ตามโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานไทยตามความต้องการของตลาดแรงงานในต่างประเทศ (อิสราเอล) ณ อาคารเอนกประสงค์ กองพลพัฒนาที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา โดยมี นายจรินทร์ จักกะพาก ปลัดกระทรวงแรงงาน นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน พลตรีวรชัย คุณกมุท ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 ร่วมพิธี ทั้งนี้ นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ ผู้เข้าอบรมประกอบด้วยคนหางานที่ผ่านการสัมภาษณ์และอยู่ระหว่างรอการเดินทางไปทำงานภาคเกษตรที่ประเทศอิสราเอลภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-อิสราเอล เพื่อการจัดหางาน (TIC) จำนวน 101 คน อบรมระหว่างวันที่ 19-22 มีนาคม 2562

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังมอบวุฒิบัตรแก่คนงานไทยที่เตรียมเดินทางไปทำงานประเทศอิสราเอลว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศประมาณ 445,963 คน มีเม็ดเงินกลับประเทศปีละ 144,593 ล้านบาท ทำงานที่ประเทศอิสราเอลภายใต้โครงการความร่วมมือไทย-อิสราเอล เพื่อการจัดหางาน (TIC) จำนวน 24,746 คน เป็นแรงงานเกษตร 22,871 คน ในนิคมเกษตรจำนวนกว่า 700 แห่ง นายจ้างเกษตรอิสราเอลประมาณ 7,100 ราย และในปี 2562 มีเป้าหมายจัดส่งจำนวน 5,000 คน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานอิสราเอลประมาณ 75,000-77,000 บาท ระยะเวลาจ้างงานตามสัญญาจ้างงาน 2 ปี สามารถต่อสัญญาจ้างงานได้ ขึ้นอยู่กับการต่อใบอนุญาตการจ้างแรงงานต่างชาติของนายจ้างและวีซ่าการทำงาน รวมระยะเวลาการทำงานแล้วไม่เกิน 5 ปี 3 เดือน ค่าจ้างขั้นต่ำเดือนละ 5,300 เชคเกลอิสราเอล หรือประมาณ 46,799 บาท (ตามประกาศอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ณ วันที่ 1 เมษายน 2561) (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยนในขณะนั้น) สวัสดิการได้แก่ 1) ประกันสังคมแห่งชาติ 2) ประกันสุขภาพส่วนบุคคล เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมของแรงงานทั้งด้านร่างกายและจิตใจก่อนเดินทางไปทำงาน กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานจึงได้จัดอบรมหลักสูตรให้ความรู้ เสริมสร้างทักษะด้านการเกษตรและการใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและเตรียมความพร้อมให้คนหางานที่จะเดินทางไปทำงานภาคเกษตรในอิสราเอลมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณี  ภาษาอังกฤษ การใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพของตนเองในขณะทำงาน โดยจัดอบรมเป็นเวลา 4 วัน ได้รับความร่วมมือจากกองบัญชาการกองพลพัฒนาที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา ให้ใช้สถานที่ฝึกอบรมและที่พัก ทั้งยังสนับสนุนวิทยากรในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้อง ส่วนหัวข้อวิชาด้านการเกษตร ภาษาอังกฤษและอื่นๆ ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

สำหรับเนื้อหาหลักสูตรจะเป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับระเบียบวินัย การดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองจากยาเสพติด ระบบเกษตรพื้นฐาน เช่น การปลูกพืช การจัดการดินและปุ๋ย การจัดการน้ำ การอารักขาพืช และการเก็บเกี่ยว เป็นต้น ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การใช้สารเคมีที่ถูกต้องปลอดภัยและป้องกันตนเองจากสารเคมี ฝึกปฏิบัติการปฐมพยาบาล ด้านการเกษตร การใช้อุปกรณ์ป้องกันสารเคมี กิจกรรมทักษะชีวิต การทำงานในอิสราเอล สัญญาจ้างงาน และการคำนวณเงินเดือน 

รมว.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้แรงงานทุกคนตั้งใจทำงาน เก็บออม ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมนำความรู้และประสบการณ์กลับมาต่อยอดพัฒนาบ้านเกิด เป็น Smart Farmer สามารถนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้านการเกษตรมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีการผลิตและระบบบริหารจัดการ และสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานห่วงใยในความปลอดภัยและชีวิตการทำงานของคนงานไทย ซึ่งได้คุ้มครองดูแลโดยให้มีการทำประกันสังคม เพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคงในการทำงาน และขอย้ำให้แรงงานไทยมั่นใจได้ว่า รัฐบาลจะดูแลคนงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศอย่างเต็มที่ทั้งก่อนเดินทาง ระหว่างการทำงานและกลับมาประเทศไทย โดยแรงงานจะต้องเดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อได้รับการคุ้มครอง และไม่ต้องตกระกำลำบากอยู่ในต่างแดน และเป็นแรงงานที่มีคุณภาพ