กรมการจัดหางานรับลูกนายกฯ วางแผนการจัดส่งแรงงานไทย 4 เดือน หลังสถานการณ์โควิด-19 RSS

 

นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยถึงข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีเรื่องการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ โดยมอบหมายให้กรมการจัดหางานเร่งเตรียมความพร้อมในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศให้ได้รับประโยชน์สูงสุด นั้น กรมการจัดหางานได้วางแผนการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศในช่วงภายหลังสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงเดือนมิถุนายน-กันยายน 2563 ตั้งเป้าหมาย จำนวน 52,253 คน โดยตลาดแรงงานที่คาดว่าจะจัดส่งไปทำงาน ได้แก่ ภูมิภาคเอเชีย เช่น ไต้หวัน 20,120 คน ญี่ปุ่น 3,818 คน สาธารณรัฐเกาหลี 6,421 คน มาเลเซีย 2,448 คน และสิงคโปร์ 2,934 คน ภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ อิสราเอล 2,840 คน

อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวต่อว่า เนื่องจากตลาดแรงงานทั่วโลกต่างยอมรับเรื่องความมีวินัย และทักษะฝีมือของแรงงานไทยประกอบกับประเทศไทยมีการบริหารจัดการด้านการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ได้เป็นอย่างดีจนเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทำให้โอกาสของแรงงานไทยในการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ยังคงมีแนวโน้มเป็นบวก แรงงานไทยยังคงเป็นที่ต้องการของนายจ้างในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะแรงงานประเภทฝีมือ และกึ่งฝีมือที่มีแนวโน้มความต้องการเพิ่มมากขึ้น เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น และประเทศ ในภูมิภาคตะวันออกกลางได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต อิสราเอล

นอกจากนี้ งานในภาคบริการและโรงแรมในต่างประเทศยังคงต้องการแรงงานฝีมือจากประเทศไทยเข้าไปทำงานด้วยข้อได้เปรียบในด้านจิตบริการและอุปนิสัย ขยัน ซื่อสัตย์ และมีวินัย แต่อย่างไรก็ตาม แรงงานไทยยังคงต้องพัฒนาด้านทักษะทางภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น และจีน เพื่อเพิ่มโอกาสการได้งานทำในต่างประเทศ

ทั้งนี้ คาดว่าภาคเอกชนหรือบริษัทจัดหางาน/องค์กรผู้ส่งที่ได้รับอนุญาตจะมีบทบาทสำคัญในการเร่งการติดต่อกับนายจ้างในต่างประเทศ เพื่อการเดินทางเข้าสู่ตลาดแรงงานในต่างประเทศได้ภายหลังการสิ้นสุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งกรมการจัดหางานร่วมกับภาคเอกชน โดยสมาคมการจัดหางานไทยไปต่างประเทศ/บริษัทจัดหางาน/องค์กรผู้ส่ง มีกำหนดจะประชุมร่วมกันในวันที่ 20 มิถุนายน 2563 ณ ห้องอบรมคนหางาน ไปทำงานในต่างประเทศ ชั้น 11 อาคารสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ 3 ภายในบริเวณกระทรวงแรงงาน เพื่อวางแผนจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ได้คลี่คลายลง