‘สุชาติ ชมกลิ่น’ รมว.แรงงาน กระทุ้ง ต่างด้าว ขอใบอนุญาตทำงาน RSS

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ย้ำ แนวทางการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2563 ให้แรงงานต่างด้าว 4 กลุ่ม ที่เคยมีใบอนุญาตทำงาน แต่การอนุญาตสิ้นสุด และยังอยู่ในราชอาณาจักร ให้สามารถอยู่ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว และให้ทำงานได้เป็นการเฉพาะ เพื่อติดต่อขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน   ซึ่งขณะนี้ ได้ลงนามในประกาศกระทรวง 2 ฉบับ เพื่อรองรับการอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะแล้ว พร้อมกำชับให้ ดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กำหนด

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  เนื่องจากอาจเชื่อมโยงถึงการแพร่ระบาดระลอกใหม่ในประเทศได้  คณะรัฐมนตรีจึงได้เห็นชอบแนวทางการบริหารจัดการตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ  ซึ่งขณะนี้  ได้ลงนามในประกาศกระทรวงแรงงาน เพื่อรองรับการอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019   จำนวน 2 ฉบับ และมีผลใช้บังคับแล้ว

 “ กระทรวงแรงงาน ขอย้ำ เตือนให้ นายจ้าง/สถานประกอบการ ที่มีแรงงานต่างด้าวตามมติเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม  2563 ได้แก่ กลุ่มที่ 1) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามข้อตกลง MoU  ซึ่งครบวาระการจ้างงาน 4 ปี กลุ่มที่ 2) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ ถือเอกสารประจำตัวได้แก่ หนังสือเดินทาง (Passport : PP) เอกสารเดินทาง (TD) เอกสารรับรองบุคคล (CI) ที่ใบอนุญาตทำงานและการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดในช่วงตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 แต่ไม่ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562  กลุ่มที่ 3) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่เข้ามาทำงานตามข้อตกลง MoU ที่การอนุญาตทำงานสิ้นสุดลงโดยผลของกฎหมายตามมาตรา 50 มาตรา 53 หรือมาตรา 55 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เช่น ออกจากนายจ้างรายเดิม แต่หานายจ้างรายใหม่ไม่ได้ภายใน 30 วัน เป็นต้น  กลุ่มที่ 4) แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชาและเมียนมา ที่เข้ามาทำงานในลักษณะไป - กลับ หรือตามฤดูกาล โดยใช้บัตรผ่านแดน (Border Pass) ตามความตกลงว่าด้วยการข้ามแดน ตามมาตรา 64 แห่งพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ  ซึ่งครบวาระการจ้างงาน และการอนุญาตให้พำนักในเขตพื้นที่ชายแดนที่ได้รับอนุญาตสิ้นสุด นั้น  รีบมาดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานกับกรมการจัดหางาน  ”  นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

ด้านนายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึง ขั้นตอนการดำเนินการ ว่า  

คนต่างด้าวกลุ่มที่ 1-3  สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 ตามที่ตั้งของสถานประกอบการ ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 - วันที่ 31 ตุลาคม 2563 ซึ่งใบอนุญาตทำงานจะสามารถใช้ได้ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 – 31 มีนาคม 2565  หลังจากนั้นคนต่างด้าวต้องตรวจสุขภาพ /ประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลของรัฐที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด (กรณีไม่มีประกันสังคม) และยื่นขอรับการตรวจอนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป (Visa) กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายในวันที่ 31 มกราคม 2564  และขั้นตอนสุดท้ายคือ การจัดทำ/ปรับปรุงทะเบียนประวัติ ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) ที่มีใบอนุญาตทำงานด้านหลังบัตร กับกรมการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 - 31 มีนาคม 2564 โดยแรงงานต่างด้าวสามารถทำงานกับนายจ้างได้ทุกประเภทงานที่มิได้มีประกาศห้ามคนต่างด้าวทำ เช่น เดียวกับคนต่างด้าว MOU และไม่อนุญาตให้เปลี่ยนนายจ้าง เว้นแต่การออกจากงานเป็นเพราะความผิดของนายจ้างหรือได้ชำระค่าใช้จ่ายให้นายจ้างรายเดิมแล้ว

ส่วน คนต่างด้าวซึ่งเข้ามาทำงานในลักษณะไป-กลับ หรือตามฤดูกาลบริเวณชายแดน ที่ถือบัตรบัตรผ่านแดน (Border Pass) สามารถยื่นขอรับใบอนุญาตทำงานได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2563 - วันที่ 31 ตุลาคม 2563 และคนต่างด้าวต้องตรวจสุขภาพ /ประกันสุขภาพ (กรณีไม่มีประกันสังคม) ภายในวันที่ 31 มกราคม 2564  โดยใบอนุญาตทำงานมีอายุครั้งละ 3 เดือน แต่สามารถขอต่อเนื่องได้ไม่เกินวันที่ 31 มีนาคม 2565  และแรงงานต่างด้าวไม่สามารถเปลี่ยนนายจ้างได้ เว้นแต่การออกจากงานเป็นเพราะความผิดของนายจ้าง หรือได้ชำระค่าใช้จ่ายให้นายจ้างรายเดิมแล้ว โดยสามารถทำงานในตำแหน่งกรรมกร และงานรับใช้ในบ้าน  และทำงานได้เฉพาะในท้องที่ที่ได้รับอนุญาตอยู่เดิมเท่านั้น

“ กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน ตระหนักถึงความจำเป็นของแรงงานต่างด้าวในประเทศ ซึ่งเป็นกลไกหลักสนับสนุนภาคการผลิตของภาคธุรกิจ และ เป็นกลไกสำคัญประการหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ จึงเร่งดำเนินการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้สอดคล้องกับมาตรการของรัฐบาล ที่ได้ผ่อนคลายมาตรการในประเทศที่ให้กิจการและกิจกรรมต่างๆ สามารถดำเนินการได้มากขึ้น  ซึ่งนายจ้างหรือสถานประกอบการที่จ้างงานแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน ” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเพิ่มเติม