​ญี่ปุ่น....ต้องการแรงงานประเภทอาชีพการดูแลบริบาล RSS

 

กรมการจัดหางาน เผยปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนกำลังแรงงานลดลง เนื่องจากอัตราการเกิดลดลงและจำนวนประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติญี่ปุ่นมีมติเห็นชอบผ่านกฎหมาย 2 ฉบับ คือ กฎหมายระบบการรับผู้ฝึกงานด้านเทคนิคและคุ้มครองผู้ฝึกงานด้านเทคนิคในญี่ปุ่น และกฎหมายตรวจ คนเข้าเมือง เพิ่มสถานภาพ (วีซ่า) ให้แก่ชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตการพยาบาลดูแลผู้ป่วยสูงอายุ

กระทรวงแรงงาน โดย นายวิวัฒน์ จิระพันธุ์วานิช รองอธิบดีกรมการจัดหางาน แจ้งว่า ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนกำลังแรงงานลดลง เนื่องจากอัตราการเกิดลดลง และจำนวนประชากรสูงอายุเพิ่มมากขึ้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงานทำให้มีความจำเป็นต้องรับแรงงานไร้ฝีมือและกึ่งฝีมือเข้าไปทำงาน โดยเปิดรับจากแรงงานต่างชาติเชื้อสายญี่ปุ่น และการเปิดรับในรูปของการฝึกงานของคนงานบริษัทสาขา ในต่างประเทศที่เข้าไปฝึกงานกับบริษัทแม่ และการฝึกงานของแรงงานไร้ฝีมือภายใต้การควบคุมของ Japan International Training Cooperation Organization หรือ JITCO ในรูปโครงการฝึกปฏิบัติงานเทคนิค (Technical Intern Training Program) และเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 วุฒิสภาสมัยปัจจุบัน (House of Councilors) แห่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติญี่ปุ่นมีมติเห็นชอบและผ่านกฎหมาย 2 ฉบับ โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 1 ปีข้างหน้า ได้แก่ 1. กฎหมายระบบการรับผู้ฝึกงานด้านเทคนิคและคุ้มครองผู้ฝึกงานด้านเทคนิคในญี่ปุ่นซึ่งมีสาระสำคัญคือ (1) ขยายระยะเวลาพำนักสูงสุดจาก 3 ปี เป็น 5 ปี (2) เพิ่มตำแหน่ง “การดูแลบริบาล (Nursing Care)”เข้าไปในระบบการฝึกงานด้านเทคนิคเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นสังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีความต้องการแรงงานสำหรับการดูแล/ให้บริการผู้สูงอายุเป็นจำนวนมากประกอบกับคนญี่ปุ่นไม่นิยมทำงานดังกล่าว ทำให้มีการผลักดันให้เปิดนำเข้าแรงงานต่างชาติ “ประเภทอาชีพการดูแลบริบาล (Nursing Care)” (3) จัดตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการกำกับดูแล ตรวจสอบ และคุ้มครองคนหางานที่เข้าไปทำงานในประเทศญี่ปุ่น ขณะที่ JITCO จะเป็นองค์กรที่สนับสนุนในด้านข้อมูลและระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง(Immigration Control and Refugee Recognition Act) มีการเพิ่มสถานภาพการพำนัก (วีซ่า) “ผู้บริบาลผู้สูงอายุและคนพิการ (Care Worker) ให้แก่ชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตการพยาบาลดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุของญี่ปุ่น”

กรมการจัดหางาน จึงขอเตือนคนหางานที่ต้องการเดินทางไปทำงานยังประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่น ๆ ให้ตรวจสอบข้อมูลกับกรมการจัดหางานก่อนเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง และควรเดินทางไปทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพราะจะได้รับการคุ้มครองดูแล และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ หรืออยู่อย่างหลบซ่อนซึ่งสามารถสอบถามข้อมูล ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ โทร.02-245-6708 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร.1694