รมว.แรงงาน ลงพื้นที่สงขลา เปิดนัดพบแรงงานประจำปี 2562 “Songkhla Job Fair 2019” RSS

 

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดงานนัดพบแรงงานสงขลา ประจำปี 2562 “Songkhla Job Fair 2019” พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่สถานประกอบการที่ส่งเสริมการจ้างงานนักเรียน นักศึกษา ผู้สูงอายุและคนพิการ จำนวน 3 แห่งคือ บริษัทลีการ์เด้นส์ โฮเทล จำกัด บริษัทโฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) สาขาหาดใหญ่ (กาญจนวนิช) และบริษัทเอก-ชัย ดิสทริบิวชั่นซิสเทม จำกัด สาขาสงขลา โดยมี นางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน และผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมด้วย ทั้งนี้ นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับ ณ หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังการเปิดงานนัดพบแรงงานสงขลา ประจำปี 2562 ว่า ปัญหาการว่างงานและปัญหาความยากจนถือเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ซึ่งรัฐบาล ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศโดยกำหนดกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (2560-2579) ที่มุ่งเน้นให้ประเทศไทยในอีก 20 ปีข้างหน้าเป็น “ประเทศที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” โดยการสร้างงาน สร้างรายได้ เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ที่กำหนดเป้าหมายรวมของการพัฒนาสำคัญคือความเหลื่อมล้ำและความยากจนลดลง ระบบเศรษฐกิจมีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ ซึ่งงานในวันนี้ กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางานได้ร่วมมือกับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ หน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการรองรับผู้ที่ว่างงานและต้องการเข้าสู่ตลาดแรงงานได้มีงานทำที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถและความถนัดของตน ทำให้มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานและลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานในบางประเภทอุตสาหกรรม การจัดงานในครั้งนี้สามารถให้บริการประชาชนที่ประสงค์จะหางานทำ ผู้ต้องการเปลี่ยนงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และนักเรียน นักศึกษา ที่สนใจทำงานในช่วงว่างระหว่างเรียน  ได้สมัครงานกับนายจ้าง/สถานประกอบการจำนวนมากในคราวเดียวกัน สามารถเลือกตำแหน่งงานที่ตรงกับความรู้ ความสามารถ และความถนัดได้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ ผู้สมัครงานยังได้ทราบแหล่งการจ้างงาน แนวโน้มความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นการรองรับผู้สำเร็จการศึกษาที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการสมัครงาน ได้รับประสบการณ์จากการสัมภาษณ์ของนายจ้าง/สถานประกอบการ มีแนวทางเตรียมตัวเข้าสู่ระบบการจ้างงานอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันนายจ้าง/สถานประกอบการ ก็สามารถพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครงานที่ต้องการได้เป็นจำนวนมากเช่นกัน ถือเป็นการส่งเสริมการมีงานทำให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยมีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการรับสมัครงานเพื่อทำให้ผู้สมัครงานและนายจ้างที่เข้าร่วมงานได้รับความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย ผู้สมัครงานสามารถลงทะเบียนสมัครงานล่วงหน้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต และเลือกตำแหน่งงานว่างตามความต้องการได้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อถึงวันงานสามารถเข้าสัมภาษณ์กับนายจ้างได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาในการกรอกแบบขึ้นทะเบียนหางานและใบสมัครงาน ในส่วนของนายจ้างสามารถประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงานว่างที่ต้องการรับสมัครล่วงหน้าทางอินเตอร์เน็ต และดูประวัติของผู้สมัครงานได้ใน

ระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งสามารถเก็บประวัติของผู้สมัครงานไว้ใช้พิจารณาในการบรรจุเข้าทำงานต่อไป โดยมีนายจ้าง/สถานประกอบการมาบริการรับสมัครงาน จำนวน 57 บริษัท มีตำแหน่งงานว่าง 317 ตำแหน่ง 1,033 อัตรา อาทิ บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด บริษัทเคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัด บริษัทเบทาโกร เกษตรอุตสาหกรรม จำกัด บมจ.สยามแมคโคร เป็นต้น

สำหรับตำแหน่งงานที่นายจ้างต้องการมากที่สุด 5 ลำดับคือ  1. พนักงานขาย/พนักงานแนะนำสินค้า 2. ช่างสาขาต่างๆ (ช่างยนต์,ช่างอิเล็กทรอนิกส์,ช่างไฟฟ้า,ช่างเครื่องกล,ช่างซ่อมบำรุง,ช่างเทคนิค) 3. หัวหน้างาน/หัวหน้าฝ่าย/ผู้จัดการ  4. ซุปเปอร์ไวเซอร์ 5. วิศวกรสาขาต่างๆ  ขณะที่ประเภทกิจการที่เข้าร่วมรับสมัครงาน มากที่สุด 5 ลำดับ ได้แก่ 1. ธุรกิจค้าปลีก/ค้าส่ง (ห้างสรรพสินค้า,สถานีน้ำมัน,ร้านค้า) 2. ธุรกิจอาหารและการแปรรูปอาหาร  3. ธุรกิจยานยนต์  4. ผลิตภัณฑ์ยาง (ถุงมือแพทย์,น้ำยาง,ยางแท่ง) 5. ธุรกิจสื่อสาร/โทรคมนาคม นอกจากนี้ ยังมีการรับสมัครงานคนพิการและผู้สูงอายุเข้าทำงานอีกด้วย 

ต่อมา รมว.แรงงานและคณะได้เยี่ยมชมการสาธิตและฝึกปฏิบัติการประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 20 อาชีพ อาทิ การทำวุ้นกล้วยบวชชี การทำกระเป๋าผ้าแฮนด์เมด กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมจากยางกล้วยของกลุ่มรับงานไปทำที่บ้าน กลุ่มทำกรงนก ของกลุ่มรับงานไปทำที่บ้าน สำนักงานจัดหางานจังหวัดสงขลา งานหัตถกรรมจักสานจากไม้ไผ่ ของกลุ่มผู้สูงอายุ งานศิลปะประดิษฐ์จากกะลามะพร้าวและลูกไม้เศษไม้ ของกลุ่มคนพิการ การตัดผมชาย การประดิษฐ์วัสดุท้องถิ่นจากใบตาล และการแกะสลักจากหนังวัว เป็นต้น จากนั้นเยี่ยมชมการแสดงนิทรรศการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ได้แก่ นิทรรศการข่าวสารตลาดแรงาน นิทรรศการรับสมัครผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และมาตรา 40 ตรวจสอบสิทธิผู้ประกันตน และบริการทางการแพทย์ นิทรรศการ ความปลอดภัยในการทำงาน และเยี่ยมชมศูนย์บริการร่วม (Government Center) ซึ่งเป็นการทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างจังหวัดสงขลากับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในการจัดตั้งศูนย์เคาน์เตอร์ศูนย์บริการร่วม (Government Center) เพื่อเพิ่มจุดให้บริการแก่ประชาชน โดยมีหน่วยงานในจังหวัด จำนวน 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานจัดหางานจังหวัดสงขลาให้บริการงานรับขึ้นทะเบียนและรับรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน รับสมัครงาน รับลงทะเบียนผู้ที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ และให้คำปรึกษาตลอดจนข้อมูลข่าวสารการสมัครงาน สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลาให้บริการงานสิทธิประโยชน์ งานทะเบียนและประสานการแพทย์ งานสมทบและตรวจสอบบัญชี เช่น รับแบบขอรับเงินคืนกรณีว่างงาน ,กรณีทันตกรรม กรณีคลอดบุตรและสงเคราะห์บุตร,ฯลฯ  ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลาให้บริการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์  สำนักงานทะเบียนราษฎร ให้บริการทำบัตรประจำตัวประชาชน สำนักงานขนส่งจังหวัดสงขลา ให้บริการรับชำระภาษีรถ (เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) การประปาส่วนภูมิภาค สาขาหาดใหญ่ ให้บริการรับชำระค่าน้ำประปาบริษัท ทีโอที จำกัด ให้บริการรับชำระค่าโทรศัพท์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ตามนโยบายของจังหวัดสงขลาในการร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อนงานการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนตามวาระการพัฒนาจังหวัดสงขลาให้เป็นเมืองที่มีความสุข ให้บริการตั้งแต่เวลา 11.00 – 19.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ

ด้านนางเพชรรัตน์ สินอวย อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเพิ่มเติมว่า งานนัดพบแรงงานสงขลาฯ ในครั้งนี้ จะเป็นการรองรับผู้สำเร็จการศึกษาที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน ประชาชนที่ประสงค์จะหางานทำ ผู้ต้องการเปลี่ยนงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และนักเรียน นักศึกษาที่สนใจทำงานในช่วงว่างระหว่างเรียน ได้สมัครงานกับนายจ้าง/สถานประกอบการจำนวนมากในคราวเดียวกัน ช่วยส่งเสริมให้ประชาชนได้มีงานทำ มีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้ปัญหาการว่างงานลดลง และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศชาติได้