ฉันคือ

เส้นทางสู่อาชีพเภสัชกร


ยากับการรักษาโรค

ยา ถือเป็น 1 ในปัจจัย4 ที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตในยามที่เราเจ็บป่วย เภสัชกรจึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สำคัญ เพราะนำแนวคิดและทฤษฎีทางด้านเภสัชศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการเตรียมและผสมยา หรือ จัดเวชภัณฑ์และยาในโรงพยาบาล หรือจำหน่ายในร้ายขายยาทั่วไป ตามใบสั่งยาของแพทย์ หรือทำการผสมสูตรยา ตรวจดูใบสั่งยา เพื่อให้แน่ใจว่าขนาดของยาที่สั่งเป็นขนาดที่เหมาะสม และเพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้ หรือผู้ที่จ่ายยาให้คนไข้ เข้าใจวิธีการใช้ยา รวมทั้งให้การแนะนำในกรณีที่เกิดการแพ้ยา อาชีพนี้จึงมีบทบาทและความสำคัญไม่แพ้อาชีพอื่น ๆ

ลักษณะของงานที่ทำ

ค้นคว้าและพัฒนาสูตรยาตำรับใหม่ๆ เพื่อขึ้นทะเบียนและส่งสูตรที่สำเร็จแล้วให้ฝ่ายผลิตเพื่อทำการผลิตยาออก จำหน่าย ควบคุมการผลิตยาให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ วิเคราะห์ ตรวจสอบยาที่ผลิตให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ปรุงยา จ่ายยาและสิ่งที่เกี่ยวข้องตามใบสั่งหรือตามสูตร เตรียมการผลิตยา เช่นยาน้ำ ยาขี้ผึ้ง ยาผง ยาเม็ดกลม ยาเม็ดแบน แคปซูล และยาฉีดตามใบสั่งของแพทย์หรือตามสูตรที่ได้รับการรับรองแล้ว ชี้แจงแก่แพทย์ พยาบาลและผู้ปฏิบัติงานในแขนงอื่นๆ ทางการแพทย์เกี่ยวกับยา เคมีภัณฑ์และการใช้สิ่งนั้นๆ ควบคุมและจ่ายยาเสพติดให้โทษ ยาพิษ และสารพิษที่ต้องการใช้เพื่อการแพทย์ กิจการในบ้าน อุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม และจ่ายสิ่งนั้นๆ ตามกฎข้อบังคับ ทำหน้าที่วิเคราะห์และทดสอบตามปกติ เพื่อให้ทราบชนิดความบริสุทธิ์และความแรงของยา จัดระเบียบและควบคุมรักษายาในคลังทำบัญชีประจำคลังโดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ เช่น ยาเสพติดให้โทษ ยาอันตราย ยาสามัญ เคมีภัณฑ์และเครื่องใช้ในการแพทย์ อาจจัดซื้อเวชภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์และสะสมเครื่องใช้ในการแพทย์ไว้จ่ายแก่คนไข้ และห้องรักษาโรค อาจผลิต จำหน่าย และชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น สุขภัณฑ์ เครื่องสำอาง เคมีภัณฑ์สำหรับเกษตรกรรมและพืชสวน และยาสำหรับสัตว์ ศึกษาวิธีการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งวิธีการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่นเครื่องจักรที่ใช้ผลิตยา เครื่องมือในการวิเคราะห์ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของเครื่องมือ


คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ

1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์
2. มีสุขภาพกายและจิตใจดี ไม่พิการ ไม่ตาบอดสี มีมนุษยสัมพันธ์ดี มีความสามารถเป็นผู้นำได้เนื่องจากอาจจะทำงานควบคุมผู้อื่นโดยเฉพาะในงานการ ผลิต มีบุคลิกภาพดี
3. รักในอาชีพนี้ มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมสูง
4. ต้องมีความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ เคมี ชีววิทยา และสามารถสอบได้คะแนนดีในวิชาเหล่านี้
5. ชอบการค้นคว้าทดลอง การใช้ปัญญาในการวิเคราะห์
6. มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกต
7. ซื่อสัตย์ต่ออาชีพ
8. ผู้ที่สนใจประกอบอาชีพนี้ต้องชอบการท่องจำ เพราะจำเป็นต้องจำชนิดของยา ส่วนประกอบของยา ชื่อและประโยชน์ของต้นไม้ที่มีฤทธิ์ทางยารวมทั้งชื่อยาและชื่อสารเคมีที่ใช้ ในการรักษาโรค


โอกาสในการมีงานทำ

ปัจจุบัน ความต้องการยาสำหรับรักษาโรคทางการแพทย์แผนปัจจุบัน และแผนโบราณเพิ่มมากขึ้นตามอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรและชนิดของเชื้อโรค ที่พัฒนาตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป การพัฒนาคุณภาพของยา ตลอดจนการควบคุมขั้นตอนการผลิตยารักษาโรค ให้มีประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาต้องดำเนินการอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มียาที่สามารถใช้ในการรักษาบำบัดโรคต่างๆ ที่เพียงพอกับจำนวนประชากร เภสัชกรจึงยังเป็นที่ต้องการทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชนเป็นอย่างมากแนวโน้ม ของโอกาสในการมีงานทำของอาชีพนี้ ยังคงมีอยู่ ดังนั้น ผู้สำเร็จการศึกษาทางด้านนี้สามารถหางานทำได้ง่าย และหากไม่เลือกงานก็จะไม่มีการตกงานเลยสำหรับเภสัชกร อาชีพเภสัชกรสามารถทำงานในหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ เช่น โรงพยาบาล องค์การเภสัชกรรม ส่วนในหน่วยงานเอกชน ได้แก่ บริษัทผลิตยา บริษัทนำเข้ายา บริษัทผลิตเครื่องสำอางหรืออาจประกอบธุรกิจส่วนตัว โดยการเปิดร้านขายยา


โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ

ผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการในโรงพยาบาลทั่วไป ในองค์การเภสัชกรรม จะได้รับตำแหน่งและเลื่อนขั้นยศตามขั้นตอนของระบบราชการ การศึกษาต่อเพิ่มเติมจะช่วยให้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งได้รวดเร็วและสามารถ เป็นถึงผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานได้ ส่วนในภาคเอกชนนั้นขึ้นอยู่กับโครงสร้างการบริหารงานขององค์กร ซึ่งสามารถเป็นผู้จัดการโรงงาน ผู้จัดการด้านคุณภาพหรือผู้จัดการ ฝ่ายขาย
เภสัชกรสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัว คือ เป็นเจ้าของร้านขายยาสำหรับผู้ที่สามารถผลิตยาหรือผลิตภัณฑ์อื่นที่สามารถ บำบัดรักษาอาการ เจ็บป่วยหรือบำรุงรักษาสุขภาพได้โดยผ่านการทดสอบและได้รับอนุญาตจากองค์การ เภสัชกรรมสามารถจดลิขสิทธ์การเป็นเจ้าของสูตรในการปรุงยา หรือผลิตภัณฑ์นั้น และผลิตเป็นสินค้าออกจำหน่ายในลักษณะอุตสาหกรรมได้เช่นกัน

อยากเป็นเภสัชกรต้องเรียนอะไร

เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า สายวิทย์-คณิตย์ สามารถสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษา ในคณะเภสัชกรรม สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ (หลักสูตร 6 ปี) จากสถาบันอุดมศึกษาของภาครัฐหรือภาคเอกชน เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น


สาขาของวิชาชีพเภสัชกรรม


1. สายงานทางบริบาลเภสัชกรรม :
1.1 เภสัชกรโรงพยาบาล
หน้าที่ :จ่ายยาแก่ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน ให้คำแนะนำการใช้ยา ตรวจสอบการสั่งจ่ายยาของแพทย์ การบริหารคลังเวชภัณฑ์ของโรงพยาบาล
หน่วยงาน : โรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน
1.2 เภสัชกรคลินิก
หน้าที่: ตรวจติดตามการใช้ยาและประเมินผลของยาต่อผู้ป่วยในวอร์ดต่างๆอย่างใกล้ชิดร่วมกับบุคลากรทางการแพทย์อื่น
หน่วยงาน : คลินิกเฉพาะทางและวอร์ดต่างๆในโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน
1.3 เภสัชกรชุมชน
หน้าที่ :จำหน่ายยาและเวชภัณฑ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาและแนะนำการใช้ยา รวมทั้งให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ
หน่วยงาน : ร้านยาทั้งเป็นเจ้าของเองและเป็นพนักงาน
1.4 เภสัชกรสาธารณสุข
หน้าที่ : คุ้มครองผู้บริโภคด้านสาธารณสุข ควบคุมการทำงานของเภสัชกร พิจารณาขึ้นทะเบียนยาและสถานประกอบการ
หน่วยงาน : กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
1.5 เภสัชกรการตลาด
หน้าที่ : แนะนำยาใหม่และยาปัจจุบันแก่เภสัชกรโรงพยาบาล เภสัชกรชุมชนและแพทย์
หน่วยงาน : ฝ่ายการตลาดในบริษัทยา

2. สายงานทางวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม

2.1 เภสัชกรอุตสาหกรรมฝ่ายการผลิต
หน้าที่ : ผลิตยาและเภสัชภัณฑ์ต่างๆ ได้แก่ ยาคน ยาสัตว์ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง ยาจากสมุนไพรและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ
หน่วยงาน : ฝ่ายการผลิตในโรงงานยาและเครื่องสำอาง องค์การเภสัชกรรม โรงงานเภสัชกรรมทหาร
2.2 เภสัชกรอุตสาหกรรมฝ่ายการควบคุมคุณภาพ
หน้าที่ : ตรวจสอบมาตรฐานของวัตถุดิบ ควบคุมคุณภาพยาระหว่างการผลิต ยารอบรรจุ และยาสำเร็จรูป
หน่วยงาน : ฝ่ายการควบคุมคุณภาพในโรงงานยาและเครื่องสำอาง องค์การเภสัชกรรม โรงงานเภสัชกรรมทหาร
2.3 เภสัชกรอุตสาหกรรมฝ่ายการประกันคุณภาพ
หน้าที่ : ตรวจสอบและควบคุมระบบโรงงานยาและเครื่องสำอางในฝ่ายต่างๆตามมาตรฐานสากล เช่น GMP และ PICS
หน่วยงาน : ฝ่ายการประกันคุณภาพโรงงานยาและเครื่องสำอาง องค์การเภสัชกรรม โรงงานเภสัชกรรมทหาร
2.4 เภสัชกรวิทยาศาสตร์การแพทย์
หน้าที่ : ตรวจสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ สารปนเปื้อนและสารพิษในผลิตภัณฑ์ต่างๆที่จำหน่ายในท้องตลาด เช่น ยา เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม
หน่วยงาน : กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
2.5 เภสัชกรการวิจัยและพัฒนา
- สายเภสัชเวท
- สายเภสัชเคมี
- สายเทคโนโลยีเภสัชกรรม
- สายเภสัชวิทยาและพิษวิทยา
หน้าที่ : วิจัยตัวยาใหม่ๆ พัฒนารูปแบบยาเตรียมและรูปแบบผลิตภัณฑ์ รวมทั้ง ศึกษาการออกฤทธิ์และความเป็นพิษของยาและสารต่างๆ
หน่วยงาน : ฝ่ายการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัทยา และสถาบันการวิจัยของรัฐ

เรียบเรียงโดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา

ที่มา : Unigangs , Dek-D