ประวัติความเป็นมา

ศูนย์ประสานแรงงานประมงจังหวัด ได้เกิดจากความร่วมมือจากหลายภาคส่วนด้วยกัน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมง เนื่องจากมีการใช้แรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก เพื่อทำงานบนเรือประมงไทย โดยภาครัฐไม่สามารถตรวจสอบบุคคลที่ทำงานบนเรือและให้ความคุ้มครองคนทำงานในเรืออย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ จึงมีเสียงเรียกร้องจากองค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนที่ให้ความช่วยเหลือคนทำงานเหล่านี้ให้พ้นจากปัญหาการค้ามนุษย์ ส่งผลทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศในธุรกิจประมงไม่เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ

ประเทศไทยมีรายได้จากสินค้าประมงเป็นจำนวนมาก ในขณะที่สภาพงานประมงเป็นงานที่เสี่ยงอันตรายยากลำบาก และต้องใช้ชีวิตอยู่ในทะเลเป็นระยะเวลาอันยาวนาน จึงเกิดการขาดแคลนแรงงานในกิจการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และมีการแก้ปัญหาโดยการใช้แรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน 3 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว และเมียนมา) ซึ่งมีอยู่ร้อยละ 90 ของแรงงานประมงทั้งหมด แต่ปัญหาการขาดแคลนแรงงานประมงยังคงมีอยู่ เนื่องจากแรงงานต่างด้าวพร้อมที่จะย้ายงานได้ตลอดเวลา ทั้งการย้ายเรือ หรือการเปลี่ยนอาชีพใหม่

นอกจากนี้ ภาครัฐได้พยายามแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้วยวิธีการจัดทำบันทึกความเข้าใจทวิภาคีกับประเทศเพื่อนบ้าน 3 สัญชาติ(กัมพูชา ลาว และเมียนมา) เพื่อจัดหาแรงงานให้ทุกภาคการผลิต และจดทะเบียนแรงงานที่มีอยู่ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่การจัดหาแรงงานจากประเทศต้นทางยังไม่สามารถรองรับแรงงานย้ายถิ่นจำนวนมากได้ จึงส่งผลให้เกิดการลักลอบเข้าเมืองมาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตและเกิดกลุ่มคนทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาแรงงาน โดยเฉพาะให้เรือประมงด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่ การหลอกลวง การกักขัง การทำร้ายแรงงาน หรือการหักค่าจ้างแรงงานล้วงหน้า ซึ่งเป็นองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551

ดังนั้น การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมงวิธีการหนึ่งก็คือ การได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการธุรกิจภาคประมงและการสนับสนุนจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานของศูนย์ประสานแรงงานภาคประมง

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2555 กำหนดให้จัดตั้งศูนย์ประสานแรงงานประมงจังหวัดเพื่อป้องกัน ปราบปราม สกัดกั้น และการขจัดการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมง โดยให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานแรงงานประมงเป็นการนำร่องใน 7 จังหวัด ประกอบด้วยจังหวัดสมุทรสาคร ระยอง ตราด ชุมพร สงขลา ระนอง และสตูล ที่จะนำแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับอนุญาตให้ทำงานในกิจการประมงเท่านั้น เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการขากแคลนแรงงาน