ขอเชิญนายจ้างสถานประกอบการ เข้าร่วมโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs ลงทะเบียนรับเงินอุดหนุน RSS

 

โครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในธุรกิจ SMEs

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

1.เป็นนายจ้างภาคเอกชนที่อยู่ในระบบประกันสังคม (ฐานทะเบียนข้อมูลประกันสังคม มาตรา 33 สถานะ Active) ที่มีลูกจ้างรวมทุกสาขาไม่เกิน 200 คน ณ วันที่ 16 ต.ค. 2564

2.เพื่อตรวจสอบขนาดกิจการที่มีสถานะเป็น SMEs ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ ส่งเสริมการจ้างงานเอสเอ็มอี.doe.go.th ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. - 20 พ.ย. 2564

เงื่อนไขการจ่ายเงินอุดหนุน

1.รัฐจ่ายเงินอุดหนุนให้แก่นายจ้าง ตามจำนวนลูกจ้างสัญชาติไทย จำนวนไม่เกิน 200 คน รับเงินอุดหนุน 3,000 บาท/คน/เดือน ระยะเวลา 3 เดือน (พ.ย. 2564 - ม.ค. 2565) ที่อยู่ในฐานทะเบียนข้อมูลประกันสังคม มาตรา 33 สถานะ Active ณ วันที่ 16 พ.ย. 2564

2.รับเงินอุดหนุน 3,000 บาท/คน/เดือน ระยะเวลา 3 เดือน (พ.ย. 2564 - ม.ค. 2565)

3.นายจ้างต้องรักษาระดับการจ้างงาน (ณ วันที่ 16 พ.ย. 2564) จ่ายเงินอุดหนุนเป็นรายเดือน ผ่านบัญชีธนาคารที่นายจ้างแจ้ง ทุกวันทำการวันสุดท้ายของเดือน :ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ในระหว่างเข้าร่วมโครงการ - ธนาคารกรุงไทย ตามวันที่กำหนด (30 พ.ย. 2564 / 30 ธ.ค. 2564 / 31 ม.ค. 2565)

- หากต่ำกว่าร้อยละ 95 จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนในเดือนนั้น ๆ - ธนาคารอื่น หลังวันที่กำหนด และหักค่าธรรมเนียมในการโอนระหว่างธนาคารจากเงินอุดหนุน

- หากมีการจ้างงานใหม่เพิ่มขึ้น โดยเปรียบเทียบกับข้อมูล ณ วันที่ 16 พ.ย. 2564 รับเงินอุดหนุนเพิ่มขึ้นตามจำนวนการจ้างงานจริง (ไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนลูกจ้างไทยทั้งหมดที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของโครงการ) ในอัตรา 3,000 บาท/คน/เดือน ระยะเวลา 2 เดือน (ธ.ค. 2564 - ม.ค. 2565)

4.จ่ายเงินอุดหนุนเป็นรายเดือน ผ่านบัญชีธนาคารที่นายจ้างแจ้ง ทุกวันทำการวันสุดท้ายของเดือน :

- ธนาคารกรุงไทย ตามวันที่กำหนด (30 พ.ย. 2564 / 30 ธ.ค. 2564 / 31 ม.ค. 2565)

- ธนาคารอื่น หลังวันที่กำหนด และหักค่าธรรมเนียมในการโอนระหว่างธนาคารจากเงินอุดหนุน

5.นายจ้างที่ได้รับอนุมัติเข้าร่วมโครงการ

5.1 จะต้องจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของแต่ละจังหวัดตามประกาศของคณะกรรมการค่าจ้าง

5.2 นำส่งเงินสมทบประกันสังคมผ่านช่องทาง e-service ของสำนักงานประกันสังคม ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป จึงจะได้รับเงินอุดหนุนจากโครงการนี้

5.3 การขอรับเงินอุดหนุนของนายจ้าง จะต้องไม่เป็นเหตุให้นายจ้างชะลอการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง

5.4 เพื่อความโปร่งใสตรวจสอบได้ในนิติสัมพันธ์ความเป็นลูกจ้างและนายจ้างกัน จะมีการดำเนินการติดตามและตรวจสอบการจ้างงาน