กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ

 

จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายภายใต้การดูแลของกรมการจัดหางาน วัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือและสงเคราะห์ แรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศให้มีสิทธิที่จะได้รับประโยชน์ จากกองทุนฯ ดังนี้

  1. จัดการให้สมาชิกกองทุนฯ ซึ่งถูกทอดทิ้งหรือประสบปัญหาอยู่ในต่างประเทศได้เดินทางกลับถึงภูมิลำเนา
  2. ให้การสงเคราะห์แก่สมาชิกกองทุนฯ ซึ่งไปหรือจะไปทำงานต่างประเทศหรือทายาทโดยธรรมของสมาชิกฯ ตามที่กำหนด
  3. สนับสนุนกิจกรรมการคัดเลือก ทดสอบฝีมือและฝึกอบรมคนหางานก่อนเดินทางไปทำงานต่างประเทศ


สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนฯ

ตามระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยกิจการที่จะใช้จ่ายจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2549 และระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2549 ดังนี้

  1. กรณีถูกทอดทิ้งในต่างประเทศ สงเคราะห์เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จำเป็นให้สมาชิกได้เดินทางกลับประเทศไทยตามที่จ่ายจริง ได้แก่ ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นโดยให้จ่ายตามที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 30,000 บาท
  2. กรณีประสบอันตรายก่อนไปทำงานหรือขณะทำงานในต่างประเทศ สงเคราะห์เป็นค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 30,000 บาท
  3. กรณีถูกเลิกจ้างจากสาเหตุประสบอันตราย สงเคราะห์คนละ 15,000 บาท
  4. กรณีประสบอันตรายจนพิการสงเคราะห์คนละ 15,000 บาท ทุพพลภาพ สงเคราะห์คนละ 30,000 บาท
  5. ประสบปัญหาในต่างประเทศ สงเคราะห์เป็นค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น ตามที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 30,000 บาท
  6. ถูกส่งกลับเนื่องจากเป็นโรคต้องห้าม กรณีทำงานไม่ถึงหกเดือน สงเคราะห์คนละ 25,000 บาท ทำงานมากกว่าหกเดือน สงเคราะห์ 15,000 บาท
  7. กรณีประสบปัญหาจากภัยสงคราม ภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด สงเคราะห์คนละ 15,000 บาท
  8. กรณีเสียชีวิตก่อนเดินทางหรือขณะกลับมาพักที่ประเทศไทย สงเคราะห์จำนวน 30,000 บาท กรณีเสียชีวิตในต่างประเทศ สงเคราะห์จำนวน 40,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการจัดการศพเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท
  9. สมาชิกกองทุนถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดซึ่งมิใช่เกิดจากการกระทำโดยเจตนาในต่างประเทศ หรือเนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงาน ให้จ่ายเป็นค่าทนายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท


อัตราการส่งเงินเข้ากองทุนฯ

อัตราการส่งเงินเข้ากองทุนฯ สำหรับคนหางานแต่ละคนเป็นไปตามอัตราที่กำหนดใน กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 อัตราที่กำหนด 300, 400 และ 500 บาท ซึ่งแตกต่างกันตามประเทศที่เดินทางไปทำงาน ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ประเทศในทวีปยุโรป ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปออสเตรเลีย ประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน สาธารณรัฐเกาหลี อัตราคนละ 500 บาท

กลุ่มที่ 2 บรูไน กาตาร์ คูเวต บาร์เรน โอมาน อิสราเอล ซาอุดิอาระเบีย โมร็อคโก จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จิบูตี ตูนีเซีย ซูดาน โซมาลี แอลจีเรีย เลบานอน ลิเบีย สิงคโปร์ ซีเรีย เยเมน อียิปต์ อิรัก มอริเตเนีย อิหร่าน ฮ่องกง อัตราคนละ 400 บาท

กลุ่มที่ 3 ประเทศอื่นๆ นอกจากประเทศในกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 อัตราคนละ 300 บาท


คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ

ได้แก่ คนหางานที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ ในกรณี ดังนี้

  1. คนหางานที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยบริษัทจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง
  2. คนหางานที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศโดยกรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง
  3. คนหางานที่แจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตนเอง หากประสงค์จะเป็นสมาชิกกองทุน และสมัครใจส่งเงินเข้ากองทุนฯ ก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร


สถานที่รับสมัครและรับเงินเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ

คนหางาน ผู้รับอนุญาตหรือตัวแทนที่ประสงค์จะส่งเงินเข้ากองทุน เมื่อเอกสารหลักฐานครบถ้วน สามารถสมัครและจ่ายเงินเข้าเป็นสมาชิกกองทุนฯ ดังนี้

  1. ส่วนกลาง สมัครและส่งเงินได้ที่กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กลุ่มงานกองทุนและงานสนับสนุนการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ ฝ่ายกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ชั้น 10 อาคารสำนักงานประกันสังคม เขตพื้นที่ 3 บริเวณกระทรวงแรงงาน และที่สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10
  2. ส่วนภูมิภาค สมัครและส่งเงินได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด

กรณีที่คนหางานเดินทางไปทำงานในต่างประเทศด้วยตนเอง และไม่ได้ส่งเงินเข้ากองทุนฯ ก่อนเดินทางออกนอกราชอาณาจักร หากประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ คนหางานสามารถส่งเงินเข้ากองทุนฯ ได้ เมื่อเดินทางกลับมาพักชั่วคราวที่ประเทศไทย (Re–entry)


ระยะเวลาการคุ้มครอง

เมื่อคนหางานสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ โดยจ่ายเงินเข้ากองทุนฯ ตามอัตราที่กำหนดแล้ว จะอยู่ในการคุ้มครองของกองทุนฯ ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาจ้าง และเมื่อทำงานครบกำหนดตามสัญญาจ้างหรือวันที่สัญญาจ้างสิ้นสุดลง หากคนหางานยังอยู่หรือยังทำงานอยู่ในต่างประเทศ จะได้รับการคุ้มครองจากกองทุนฯ ต่อไป อีก 5 ปี นับแต่วันครบกำหนดตามสัญญาจ้าง ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2544 มาตรา 48/1 วรรคหนึ่งและวรรคสอง


การขอรับการสงเคราะห์จากกองทุนฯ

สมาชิกกองทุนฯ หรือทายาทสามารถยื่นคำร้องขอรับการสงเคราะห์จากกองทุนฯ ขอรับเงินช่วยเหลือจากกองทุนฯ ได้ ณ กลุ่มงานกองทุนและงานสนับสนุนการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือยื่นคำร้องในต่างประเทศ ณ สำนักงานแรงงานไทยหรือสถานทูตไทย หรือสถานกงสุลไทย


ระยะเวลาขอรับการสงเคราะห์จากกองทุนฯ

ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ พ.ศ. 2549 ข้อ 6 กำหนดให้ผู้ที่ประสงค์ขอรับการสงเคราะห์จากกองทุนฯ ยื่นคำขอรับการสงเคราะห์ภายใน 2 ปี นับแต่วันเกิดสิทธิ (คือวันที่ประสบอันตราย ประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิต หรือวันที่เข้ารับการตรวจสุขภาพและแพทย์ระบุว่าเป็นโรคต้องห้าม หรือพิการ หรือทุพพลภาพ หรือวันที่เดินทางกลับประเทศไทย)


วิธีการต่ออายุสมาชิกกองทุนฯ

สมาชิกกองทุนฯ ที่บัตรหมดอายุ ประสงค์จะได้รับการคุ้มครองจากกองทุนฯ ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2544 มาตรา 48/1 วรรคสาม จะต้องดำเนินการส่งเงินเข้ากองทุนฯ ภายใน 60 วัน นับจากวันที่ครบกำหนด สมาชิกกองทุนฯ สามารถชำระเงินเพื่อต่ออายุสมาชิกกองทุนฯ ได้ดังนี้

  1. ดำเนินการด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ทายาทดำเนินการส่งเงินเข้ากองทุนฯ เพื่อต่ออายุได้ตามสถานที่ที่รับสมัครและรับเงินเข้ากองทุนฯ
  2. ในต่างประเทศ ณ สำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ ปัจจุบันกรมการจัดหางานได้รับมอบอำนาจให้สำนักงานแรงงาน ณ เมืองฮ่องกง รับเงินเพื่อต่ออายุสมาชิกกองทุนฯ ได้


การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานในต่างประเทศ

กรณีสมาชิกกองทุนฯ ร้องขอรับความช่วยเหลือจากการประสบปัญหาในต่างประเทศ กรมการจัดหางานจะประสานกับสำนักงานแรงงานไทยในต่างประเทศ หรือสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยของกระทรวงการต่างประเทศในประเทศที่สมาชิกกองทุนฯ ทำงานอยู่ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ให้ความช่วยเหลือ ตามอำนาจหน้าที่ภายใต้ระเบียบกระทรวงแรงงานกำหนด โดยวิธีประสานทางโทรศัพท์หรือหนังสือราชการแล้วแต่กรณี


ที่มา : กลุ่มงานกองทุนและงานสนับสนุนการจัดส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ
กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
ธันวาคม 2558