เสี่ยเฮ้ง ย้ำพร้อมรับฟังความเดือดร้อน ยกห่วงโซ่ข้าวกล่องแคมป์คนงาน ช่วยกระจายรายได้สู่ฐานราก RSS

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับฟังสียงแม่ค้าแผงลอย ผู้ประกอบการร้านที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ช่วยเหลือทั่วถึง ทั้งแคมป์คนงานและผู้ประกอบการ สร้างรายได้เป็นห่วงโซ่

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแลกระทรวงแรงงาน มอบหมายตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลผู้ประกอบการอุตสาหกรรมก่อสร้างและแรงงานกว่า 8 หมื่นชีวิตในแคมป์คนงานที่ได้รับผลกระทบ เมื่อศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีมติเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2564 ให้ปิดแคมป์คนงานก่อสร้าง งดการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นการชั่วคราวในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม เพื่อคุมเข้มการแพร่ระบาดเชื้อโควิด -19  คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ

 “ผมมีความห่วงใยแรงงานจากใจ ยินดีที่จะรับฟังพร้อมเป็นกระบอกเสียงส่งต่อไปถึงรัฐบาลเสมอ โดยได้เชิญสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยร่วมหารือ แบ่งหน้าที่กระทรวงแรงงานจ่ายสิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัยโควิด-19  เป็นเงินสด 50 เปอร์เซ็นของค่าจ้าง ทุกๆ 5 วัน  ลูกจ้างรับเงินเพิ่มเติมจากรัฐบาลคนละ 2,000 บาท เพื่อช่วยค่าใช้จ่าย ส่วนนายจ้าง/สถานประกอบการ รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาทต่อหัวของลูกจ้าง สูงสุดไม่เกิน 200 คน พร้อมปูพรมฉีดวัคซีนแคมป์ต่อแคมป์ เป้าหมาย 100% ด้านสถานประกอบการดูแลอาหาร 3 มื้อแก่แรงงานในแคมป์ พร้อมดูแลให้ลูกจ้างปฏิบัติตามมาตรการศบค. โดยต่างร่วมมือเป็นช่องทางรับบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคจากภาคเอกชนและประชาชนที่มีธารน้ำใจเพื่อส่งต่อไปยังแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดแคมป์ ซึ่งผมเห็นว่าเท่านี้คงไม่เพียงพอปัญหาปากท้องเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน จึงได้มอบหมายอธิบดีกรมการจัดหางาน นำงบจากกองทุนเพื่อการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว มาช่วยเหลือคนงานต่างด้าวอีกทางหนึ่ง โดยกระทรวงแรงงานสนับสนุนค่าอาหารกลางวัน วันละ 1 มื้อ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่แรงงานในแคมป์ก่อสร้าง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว

นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า เวลานั้นท่านรัฐมนตรีดำริว่ากรมการจัดหางานมีกองทุนเพื่อการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว เรามีแคมป์ก่อสร้างที่มีแรงงาน

ต่างด้าวรอความช่วยเหลือ และยังมีกลุ่มชมรมหาบเร่แผงลอย สมาคมภัตตาคารไทย และร้านอาหารบริเวณแคมป์คนงานที่กำลังเดือดร้อนจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงมอบหมายให้กรมการจัดหางานเร่งทำโครงการช่วยเหลือคนต่างด้าวด้านอาหาร โดยเสนอโครงการต่อกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังเพื่อขอนำงบประมาณจากกองทุนเพื่อการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวมาสั่งซื้อข้าวกล่อง จำนวน 1,250,000 กล่อง จากชมรมหาบเร่แผงลอยส่วนหนึ่ง สมาคมภัตตาคารไทยส่วนหนึ่ง และร้านอาหารบริเวณแคมป์ก่อสร้างที่ได้รับ  ผลกระทบอีกส่วนหนึ่ง เพื่อนำไปแจกจ่ายจนครบกำหนดการปิดแคมป์ หวังบรรเทาความเดือดร้อนแก่แรงงานในแคมป์พื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดปริมณฑลที่ปิดแคมป์ตามคำสั่ง ศบค. 

“ในกรุงเทพมหานคร ข้าวกล่องวันละเกือบ 47,000 กล่อง และจังหวัดปริมณฑล วันละประมาณ1,600 - 4,600 กล่อง (ตามจำนวนแรงงานแคมป์ก่อสร้างในพื้นที่) ราคากล่องละ 40 บาท ถูกลำเลียงจากจุดรวบรวมและตรวจสอบคุณภาพอาหารไปยังแคมป์ก่อสร้างโดยสำนักงานจัดงานจังหวัดและสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครแต่ละพื้นที่ กระบวนการนี้นอกจากบรรเทาความเดือดร้อนแก่แรงงานในแคมป์แล้ว ยังสร้างรายได้ให้พ่อค้า แม่ค้ากลุ่มหาบเร่แผงลอย ร้านค้าร้านอาหารใกล้แคมป์คนงานที่ปิดตามมาตรการศบค. สถานประกอบการร้านอาหารที่อยู่ในสมาคมภัตตาคารไทย ตลอดจนแม่ค้ารายย่อยในตลาด คนส่งอาหาร  เกษตรกรผู้ปลูกผัก ทดแทนรายได้ที่ขาดหาย ทำให้เกิดการกระจายรายได้เป็นห่วงโซ่ มีเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากต่อไป 

ถึงวันนี้สิ้นระยะเวลาโครงการฯแล้ว แต่ยังต้องขอบคุณความร่วมมือและความช่วยเหลือจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่ทำงานอย่างแข็งขันแข่งกับเวลาตามกำหนดเปิดแคมป์ เร่งฉีดวัคซีนแก่แรงงานในแคมป์ก่อสร้างทั้งแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าว เป็นผลให้แคมป์ที่เคยมีคำสั่งปิดทั้งหมด 611 แคมป์ ผ่านมาตรฐานการประเมินจากสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ศูนย์บริการสาธารณสุข และฝ่ายความมั่นคง จนสามารถปลดล็อคดาวน์แล้วเกือบ 6 ร้อยแคมป์” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว