สิทธิประโยชน์การรับเงินบำเหน็จชราภาพของแรงงานไต้หวัน

 


ด้วยกรมการจัดหางานได้รับการประสานจากสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานให้ประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์เงินบำเหน็จชราภาพของแรงงานในไต้หวัน ซึ่งตามกฎหมายกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันกำหนดให้แรงงานท้องถิ่นและแรงงานต่างชาติทุกคน (ยกเว้นตำแหน่งผู้อนุบาลและผู้ช่วยงานบ้าน) ต้องเข้าเป็นสมาชิกและชำระค่าธรรมเนียมกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน ซึ่งจะทำให้สิทธิในการเรียกร้องขอรับสิทธิประโยชน์จากกองทุนฯ ได้แก่ กรณีเจ็บป่วยและประสบอันตราย เนื่องจากการทำงานหรือนอกงาน กรณีเสียชีวิตในงานหรือนอกงาน และเงินบำเหน็จชราภาพ


คุณสมบัติของผู้ได้รับสิทธิประโยชน์

1. เป็นสมาชิกกองทุนประกันภัยแรงงาน ครบ 1 ปี ขึ้นไป – แรงงานไทยในภาคการผลิต ภาคการก่อสร้าง และผู้อนุบาลในองค์กรต้องเข้ากองทุนฯ ทุกคน ยกเว้นผู้อนุบาลในครัวเรือนและผู้ช่วยงานบ้าน ซึ่งไม่อยู่ในความคุ้มครองของกฎหมายมาตรฐานแรงงานไต้หวัน

2. แรงงานไทยอายุครบ 60 ปีขึ้นไป – โดยเคยเดินทางไปทำงานไต้กวันและปัจจุบันเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว เมื่ออาบุครบ 60 ปีขึ้นไป (ผู้ที่เกิดก่อนหรือเกิด พ.ศ. 2500) สามารถยื่นขอรับบำเหน็จชราภาพได้ตามที่กำหนด


เงื่อนไขการรับสิทธิประโยชน์

1. ผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ ส่งเงินเข้ากองทุนฯ รวมแล้วไม่ถึง 15 ปี จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ (จ่ายเป็นเงินก้อนเพียงครั้งเดียว) ในอัตราปีละ 1 เดือนของอัตราเงินเดือนที่แจ้งเอาประกัน โดยเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนฯ

2. เป็นสมาชิกกองทุนฯ จัดส่งเงินเข้ากองทุนฯ รมแล้วไม่ถึง 3 ปี คิดอัตราเงินเดือนที่แจ้งเอาประกัน โดยเฉลี่ยตามระยะเวลาที่เป็นสมาชิกจริง

3. กรอกแบบคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ (ขอรับคำร้องฯ ณ สำนักงานแรงงานทุกแห่ง และ/หรือสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงแรงงาน)

4. ผู้มีสิทธิจัดเตรียมเอกสารแสดงตน ดังนี้

4.1 แบบคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพ ลงลายมือชื่อให้เหมือนกับหนังสือเดินทาง (ไม่ต้องกรอกข้อมูลลงในแบบคำร้องฯ) จำนวน 2 ฉบับ

4.2สำเนาใบถิ่นที่อยู่ (Alien Resident certificate : บัตร ARC)

4.3 สำเนาหนังสือเดินทางใช้เดินทางไปทำงานที่ไต้หวัน

4.4 สำเนาทะเบียนบ้าน แปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน (การสะกดชื่อต้องตรงตามหนังสือเดินทาง)

4.5 สำเนาหลักฐานการเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี) ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน 

4.6 รายละเอียดบัญชีธนาคาร โดยให้ธนาคารเป็นผู้ออกฉบับภาษาอังกฤษ โดยลายมือชื่อของผู้มีอำนาจในการลงนามจะต้องตรงกับลายมือชื่อที่ธนาคารส่งให้กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมระบุหมายเลขลำดับของลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย มิเช่นนั้นกองสัญชาติและนิติกรณ์จะไม่รับรองเอกสารดังกล่าว

ทั้งนี้ ผู้ร้องจะต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้องเอกสารทุกฉบับ และลายมือชื่อต้องเหมือนรายมือชื่อในหนังสือเดินทาง พร้อมผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศ และสำนักเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทยเปประจำประเทศไทย


ขั้นตอนและช่องทางการยื่นเพื่อขอติดตามสิทธิประโยชน์

1 รวบรมเอกสารตามลำดับที่ 4.2-4.6 ให้ครบถ้วน  จะขาดข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ 

2. ดำเนินการรับรองเอกสารลำดับที่ 4.3-4.6 จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (ไม่รวมฉบับภาษาจีน) และนำไปรับรองที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประเทศไทย (รวมฉบับภาษาจีน) ตามลำดับ

3. ยื่นเอกสารดังกล่าวเพื่อติดต่อขอรับแบบคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพตามกฎหมายกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน ณ สำนักงานแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ 

4. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องและความสมบูรณ์ของเอกสาร และให้ยื่นแบบคำรับรองขอรับเงินบำเหน็จชราภาพลงลายมือชื่อ (โดยให้เหมือนกับหนังสือเดินทาง) จำนวน 2 ฉบับ

5. จัดส่งเอกสารที่ครบถ้วนและถูกต้องไปยังสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อส่งให้สำนักงานแรงงาน ณ กรุงมะลิลา (ส่วนที่ 2) ติดต่อประสานงานกับกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันต่อไป


การขอรับสิทธิประโยชน์เงินบำเหน็จตามกฎหมายกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันผู้ยื่นคำร้องจะต้องทราบว่าตนเองเป็นผู้ประกันตนที่ชำระเงินเข้าสู่ระบบกองทุนป้องกันภัยแรงงานไต้หวัน และจะต้องมีเอกสารประกอบการขอรับสิทธิประโยชน์เงินบำเหน็จชราภาพครบถ้วนจึงจะได้รับอนุมัติสิทธิประโยชน์ดังกล่าว


กรมการจัดหางานจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีคุณสมบัติได้รับสิทธิประโยชน์เงินบำเหน็จชราภาพตามกฎหมายกองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวัน ติดต่อยื่นแบบคำร้องขอรับเงินบำเหน็จชราภาพและเอกสารแสดงตน ได้ที่ สำนักงานแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ ฝ่ายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สำนักงานประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ โทรศัพท์ 0 2232 1239

-----------------------------------------

ที่มา : กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กลุ่มงานส่งเสริมและพัฒนาระบบการไปทำงานต่างประเทศ (มกราคม 2561)