การส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้าน

การรับงานไปทำที่บ้าน

 ความหมายของการรับงานไปทำที่บ้าน

  • งานที่รับไปทำที่บ้าน  หมายความว่า งานที่ผู้จ้างงานมอบให้ผู้รับงานไปทำที่บ้านเพื่อไปผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อมหรือแปรรูปสิ่งของตามที่ได้ตกลงในบ้านของตนเองหรือสถานที่ที่มิใช่สถานประกอบกิจการของผู้ว่าจ้าง
  • ผู้รับงานไปทำที่บ้าน หมายความว่า บุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งตกลงกับผู้ว่าจ้างงานเพื่อรับทำงานอันเป็นงานที่รับไปทำที่บ้าน และจดทะเบียนตามระเบียบนี้
  • ผู้จ้างงาน หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการซึ่งตกลงจ้างผู้รับงานไปทำที่บ้านให้ทำงานที่รับไปทำที่บ้าน ไม่ว่าตกลงมอบงานโดยตนเองหรือโดยผ่านตัวแทนหรือกระทำในลักษณะผู้รับเหมาช่วงก็ตาม
  • ทะเบียน หมายความว่า ทะเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้าน

ลักษณะและประเภทของการรับงานไปทำที่บ้าน

ลักษณะและประเภทของการรับงานไปทำที่บ้านเป็นงานที่ไม่ใช้เทคโนโลยีซับซ้อนในการผลิต  มีการตัดขั้นตอนบางขั้นตอน หรือชิ้นส่วนของงานบางชิ้นไปทำการผลิตหรือผลิตทั้งหมด ลักษณะงานที่ส่งให้ทำเป็นงานที่สามารถเรียนรู้ได้ง่าย เป็นงานที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น มักใช้แรงงานคนทำการผลิตมากกว่าใช้เครื่องจักร

ประเภทของการรับงานไปทำที่บ้าน มีทั้งประเภทงานที่ผลิตหรือประกอบขึ้น เพื่อใช้ภายในประเทศ หรือเพื่อการส่งออก เช่น กระเป๋า รองเท้า เข็มขัด วิกผม ตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป ดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นต้น

ค่าตอบแทนการทำงานของผู้รับงานไปทำที่บ้าน
ส่วนใหญ่นับเป็นรายได้เสริมของครอบครัวรายได้จะขึ้นอยู่กับการตกลงของผู้รับงานกับผู้ว่าจ้าง ปัจจุบันการคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2553 ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
การดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน

เพื่อเป็นการส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้านเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีความยั่งยืน กว้างขวาง และครอบคลุมทุกจังหวัด กรมการจัดหางานจึงได้มีการปรับปรุงแก้ไขระเบียบกรมการจัดหางาน ว่าด้วยการส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้านพ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 โดยมีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และง่ายต่อการส่งเสริมและพัฒนาผู้รับงานไปทำที่บ้าน โดยให้จัดหางานจังหวัดหรือผู้อำนวยการสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนมีหน้าที่ดังนี้

1)  จดทะเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้านในท้องที่ที่ตนรับผิดชอบ

2)  ให้คำปรึกษาและแนะนำต่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน เกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้าน

3)  ส่งเสริมและพัฒนาการเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้าน เพื่อสร้างความมั่นคงในการทำงานเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต

4)  ส่งเสริมให้มีการพัฒนาทักษะอาชีพของผู้รับงานไปทำที่บ้าน

5)  ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้าน

6)  ติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้าน

การจดทะเบียนเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้าน
การจดทะเบียนเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้านเป็นการส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้านประการหนึ่ง  ในการเสริมสร้างผู้รับงานไปทำที่บ้านให้เข้มแข็ง สร้างความมั่นคงในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อประโยชน์ในการรับงานไปทำที่บ้าน และสะดวกต่อการส่งเสริมพัฒนาความรู้ ทักษะฝีมือของผู้รับงานไปทำที่บ้าน
ในการจดทะเบียนนี้ นายทะเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้านแห่งท้องที่เป็นผู้รับจดระเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้าน ตามระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยการส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2560


คุณสมบัติของผู้รับงานไปทำที่บ้าน

    1)  กรณีผู้รับงานไปทำที่บ้านเป็นรายบุคคล

         (ก)  มีสัญชาติไทย

         (ข)  มีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป

         (ค)  มีสถานที่ที่รับงานไปทำที่บ้านเป็นหลักแหล่ง

    2)  กรณีผู้รับงานไปทำที่บ้านเป็นกลุ่มบุคคล

         (ก)  มีสมาชิกกลุ่มที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ 1 (ก) และ (ข) ไม่น้อยกว่าห้าคน โดยให้เลือกสมาชิกหนึ่งคนเป็นผู้นำกลุ่ม

         (ข)  สมาชิกกลุ่มบุคคลจะต้องไม่เป็นผู้รับงานไปทำที่บ้านอื่น

         (ค)  มีสถานที่ที่รับงานไปทำที่บ้านเป็นหลักแหล่ง


เอกสารหลักฐานประกอบการยื่นขอจดทะเบียนเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้าน

1) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

2) สำเนาทะเบียนบ้าน

3) แผนที่แสดงที่อยู่และแผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่ที่รับงานไปทำที่บ้าน

 การยื่นจดทะเบียน

ผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ประสงค์จะขอจดทะเบียน ให้ยื่นคำขอจดทะเบียน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 แห่งท้องที่ที่สถานที่รับงานไปทำที่บ้านตั้งอยู่

หรือติดต่อสอบถามได้ที่กองส่งเสริมการมีงานทำ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน โทร. 0-2245-1126, 0-2245-1064