ริบบิ้นไว้อาลัย

รมว.แรงงาน ญี่ปุ่น-ไทย สานสัมพันธ์ เจรจาเพิ่มโควต้าแรงงาน ภาคท่องเที่ยว บริบาล ก่อสร้าง และ Osaka expo2025 โอกาสของแรงงานทักษะ ค่าจ้างสูง RSS

 

วันที่ 10 เมษายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยนายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และนางปรางทิพย์ กาญจนหัตถกิจ อัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เข้าพบ Mr. Takemi KEIZO รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ประเทศญี่ปุ่น ณ กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และขอบคุณที่กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการญี่ปุ่นได้ให้การสนับสนุนกระทรวงแรงงานในด้านต่างๆ โดยทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนภารกิจที่เกี่ยวข้องร่วมกันต่อไป

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า บรรยากาศในการหารือแม้จะใช้เวลาไม่นาน แต่เต็มไปด้วยไมตรีจิต หลังจากแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่แก่ Mr. Takemi KEIZO รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 ที่ผ่านมาแล้ว ได้ขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นที่ดูแลแรงงานไทยเป็นอย่างดี จากนั้น  ทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยฝ่ายไทยขอให้ทางการญี่ปุ่นสนับสนุนความร่วมมือด้านแรงงาน ส่งเสริมการจ้างแรงงานไทยในประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานทักษะสูง แรงงานฝีมือ แรงงานทักษะเฉพาะ พร้อมยืนยันว่าฝ่ายไทยเคารพกฎหมายประเทศญี่ปุ่นจะเข้มงวดให้แรงงานไทยเดินทางไปทำงานประเทศญี่ปุ่นอย่างถูกต้องตามกฎหมายและจะเตรียมความพร้อมแรงงานไทยให้มีทักษะด้านภาษาญี่ปุ่นสอดคล้องความต้องการของนายจ้างด้วย ฝ่ายทางการญี่ปุ่นชื่นชมแรงงานไทย โดยรับปากจะพิจารณา เพิ่มโควต้าการนำเข้าแรงงานในภาคท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้าง งานบริบาล และ Osaka expo 2025 นอกจากนี้ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันที่จะนำ "ระบบพัฒนาทักษะแรงงาน (Skill Developing Worker : SDW) เข้ามาแทนที่ระบบผู้ฝึกปฏิบัติงานด้านเทคนิค (Technical Intern Training Program : TITP) เพื่อส่งเสริมให้แรงงานไทยพัฒนาทักษะฝีมือ และยกระดับเป็นแรงงานทักษะเฉพาะ สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้น พำนักอาศัยและทำงานในประเทศญี่ปุ่นได้นานขึ้น (สูงสุด 5 ปี) และสามารถเปลี่ยนนายจ้างได้เมื่อครบ 1 ปี ซึ่งเงื่อนไขนี้จะเปิดโอกาสให้แรงงานไทยสามารถเลือกทำงานกับนายจ้างที่มีสวัสดิการดีกว่าหรือรายได้มากกว่าได้ พร้อมกับช่วยประเทศญี่ปุ่นแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานด้วย

ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า รัฐบาลไทย โดยกระทรวงแรงงาน มีนโยบายขยายตลาดแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมให้แรงงานไทย มีงานทำและมีรายได้ มีโอกาสพัฒนาภาษา และทักษะ ตลอดจนเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ จากต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่แรงงานไทยสนใจเดินทางเข้ามาทำงานมากที่สุด รองจากไต้หวัน และสาธารณรัฐเกาหลี ปัจจุบันมีคนไทยฝึกปฏิบัติงานด้านเทคนิคในประเทศญี่ปุ่น 12,087 คน และเป็นแรงงานทักษะเฉพาะ 2,875 คน จากการหารือวันนี้นอกจากกระชับความสัมพันธ์  ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นแล้ว ยังได้สานต่อความร่วมมือด้านแรงงาน เพื่อประโยชน์ต่อแรงงานไทย พร้อมพัฒนาเศรษฐกิจระหว่าง 2 ประเทศ