
กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน และมูลนิธิเพื่อสาธารณประโยชน์ องค์กรพัฒนาแรงงานระดับนานาชาติ ประเทศญี่ปุ่น (Public Interest Foundation, International Manpower Development Organization, Japan : IM Japan หรือเรียกโดยย่อว่า IM ประเทศญี่ปุ่น) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจในการดำเนินการจัดส่งผู้ฝึกงานคนไทยไปฝึกงานในสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กของประเทศญี่ปุ่น โดนมีวัตถึประสงค์เพื่่อส่งเสริมการพีฒนาสถานประกอบการและการพัฒนาบุคลากร รวมถึงการสนับสนุนให่เกิดความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการแลกเปลี่ยนทางเทคนิคให้กับผู้ฝกงานคนไทย โดยบันทึกความเข้าใจดังกล่าวกำหนดให้กรมการจัดหางาน เป็นผู้รับผิดชอบเรื่องการรับสมัครและคัดเลือกผู้เข้ารับการฝึกอบรม การจัดฝึกอบรมก่อนเดินทาง และการส่งผู้ผ่านการฝึกอบรมจากประเทศไทยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น
คุณลักษณะอาชีพและประเภทงาน
- ตำแหน่งคนงานทั่วไป โดย IM ประเทศญี่ปุ่นจะแจ้งลักษณะ ประเภทงาน และจำนวนผู้ฝึกงานที่ต้องการในแต่ละรุ่นตามความประสงค์ของสถานประกอบการต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการรับผู้ฝึกงานเพื่อให้กรมการจัดหางานพิจารณาดำเนินการคัดเลือกตามบันทึกความเข้าใจและข้อตกลงระหว่างกรมการจัดหางานกับมูลนิธิเพื่อสาธารณประโยชน์ องค์กรพัฒนาแรงงานระดับนานาชาติ ประเทศญี่ปุ่น
คุณสมัติของผู้สมัคร
- เป็นเพศชาย อายุ 20 - 30 ปี บริบูรณ์
- จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ไม่จำกัดสาขาวิชา
- ความสูงไม่ต่ำกว่า 160 เซนติเมตร
- พ้นภาระการรับราชการทหาร
- ไม่มีรอยสัก หรือความผิดปกติทางร่างกาย
- ไม่เคยไปฝึกปฏิบัติงานเทคนิคที่ประเทศญี่ปุ่นโดยใช้วีซ่าประเภท Technical lntern หรือเคยไปฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นแบบมีทักษะ หรือเป็นผู้ต้องห้ามในการเข้าประเทศ
- สายตาปกติ และตาไม่บอดสี
ระยะเวลาฝึกงานและค่าตอบแทนที่จะได้รับ
IM ประเทศญี่ปุ่น จะจ่ายค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับ (กรุงเทพฯ-โตเกียว-กรุงเทพฯ)
IM ประเทศญี่ปุ่น กำหนดระยะเวลาฝึกงานสูงสุด 3 ปี (36 เดือน) โดยผู้ฝึกงานจะต้องฝึกงานกับสถานประกอบการที่รับผู้ฝึกงานที่ IMM จัดให้เท่านั้น โดยได้รับค่าเบี้ยเลี้ยงหรือค่าจ้างตามเงื่อนไขและตามกฎหมายของประเทศญี่ปุ่น ดังนี้
- เดือนแรกผู้ฝึกงานจะได้รับเบี้ยเลี้ยง เดือนละ 80,000 เยน และ IM ประเทศญี่ปุ่น จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าที่พัก ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ยกเว้นค่าอาหาร ค่าโทรศัพท์ และค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้ฝึกงานต้องรับผิดชอบเอง
- เดือนที่ 2 ถึงเดือนที่ 12 หรือเดือนที่ 36 ตามระยะเวลาของการฝึกงานที่ผู้สมัครงานเลือก ผู้ฝึกงานจะฝึกปฏิบัติงานภายใต้สัญญาจ้างตามกฎหมายแรงงานของญี่ปุ่นระหว่างผู้ฝึกงานเทคนิคกับสถานประกอบการ (ได้รับค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่กฎหมายญี่ปุ่นกำหนด) ทั้งนี้ ผู้ฝึกงานจะต้องรับผิดชอบค่าที่พัก ค่าอาหารและค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมทั้งค่าภาษีตามที่กฎหมายกำหนด
- ผู้ฝึกงานที่สำเร็จการฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นครบ 1 ปี จะได้รับประกาศนัยบัตรรับรองการฝึกงาน และจะได้รับเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพ จำนวน 200,000 เยน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทย
- ผู้ฝึกงานที่สำเร็จการฝึกงานในประเทศญี่ปุ่นครบ 3 ปี จะได้รับประกาศนียบัตรรับรองการฝึกงาน และจะได้รับเงินสนับสนุนการประกอบอาชีพ จำนวน 600,000 เยน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทย
IM ประเทศญี่ปุ่น จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนค่าเบี้ยประกันภัยผู้ฝึกงาน
ค่าใช้จ่ายที่ผู้ฝึกงานต้องรับผิดชอบ
- ค่าโดยสาร ในระหว่างการฝึกอบรมก่อนเดินทางในประเทศไทย
- ค่าตรวจสุขภาพก่อนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น
- ค่าจัดทำหนังสือเดินทาง
- ค่าวีซ่า
- ค่าเบี้ยประกัน และภาษีตามที่กฎหมายของประเทศญี่ปุ่นกำหนด
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าอาหารระหว่างเดือนแรกในประเทศญี่ปุ่น
- ค่าอาหารระหว่างการฝึกงานตลอดระยะเวลา 1 ปี หรือ 3 ปี ตั้งแต่เดินทางถึงประเทศญี่ปุ่น
หลักฐานและเอกสารที่จะต้องยื่นในการสมัคร
- ใบสมัครสอบคัดเลือก
- รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 3 รูป
- บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานการศึกษา และหลักฐานการพ้นภาระการรับราชการทหาร(สด.8, สด.43 หรือ รด.3 รด.5) หนังสือรับรองครบกำหนดปลดปล่อยเป็นทหารกองหนุน พร้อมสำเนาอย่างละ 1 ฉบับ โดยเอกสารต้องถ่ายเอกสารสำเนาเป็นกระดาษ เอ 4 และผู้สมัครลงลายมือชื่อรับรองสำเนาทุกฉบับ
- ใบรับรองแพทย์ที่แสดงว่าสุขภาพแข็งแรง สายตาปกติ และสายตาไม่บอดสี
- ประวัติส่วนตัว และใบผ่านงาน (ถ้ามี)
- ใบผ่านงาน (ถ้ามี)
วิธีการคัดเลือกผู้สมัคร มีขั้นตอน ดังนี้
สอบภาคความรู้ความสามารถด้านคณิตศาสตร์และด้านช่าง (คะแนนเต็ม 60 คะแนน) มีวิชาที่ใช้สอบ ดังนี้
- วิชาคณิตศาสตร์ทั่วไป 20 ข้อ 20 คะแนน
- วิชาคณิตศาสตร์คิดเร็ว 20 ข้อ 20 คะแนน
- วิชาความรู้ด้านช่าง 20 ข้อ 20 คะแนน
ผู้ที่สอบผ่านข้อเขียนภาคความรู้ความสามารถด้านคณิตศาสตร์และด้านช่าง จะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของคะแนนทั้ง 3 วิชารวมกัน
สอบภาคความรู้ความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่น (คะแนนเต็ม 50 คะแนน) มีเนื้อหาวิชา ดังนี้
- การเขียนตัวอักษรอิระงะนะ 25 ตัวอักษร 25 คะแนน
- การเขียนตัวอักษรคะตะคะนะ 25 ตัวอักษร 25 คะแนน
ผู้ที่สอบผ่านข้อเขียนภาคความรู้ความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่น จะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของคะแนนรวมการสอบภาษาญี่ปุ่น (ผู้สมัครสอบสามารถขอรับตัวอย่างการเขียนภาษาญี่ปุ่นได้จากเจ้าหน้าที่ผู้รับสมัคร หรือสามารถดาวน์โหลดได้จาก http://lib.doe.go.th หรือ www.overseas.doe.go.th
ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ดังนี้
- วิ่งระยะทาง 3 กิโลเมตร ระยะเวลาไม่เกิน 15 นาที
- ดันพื้น (Push Ups) อย่าน้อย 35 ครั้งต่อเนื่องกัน
- ลุก-นั่ง (Sit-Ups) อย่างน้อย 25 ครั้งต่อเนื่องกัน
- ตรวจรอยสักบนร่างดาย
สอบสัมภาษณ์ เพื่อทดสอบทัศนคติ บุคลิกภาพทั่วไป การปรับตัว วุฒิภาวะทางอารมณ์ และความเหมาะสมในการเป็นผู้ฝึกงานในโครงการ IM ของประเทศญี่ปุ่น
การรับสมัคร
- ให้ผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนสมัครด้วยตนเอง ในวันและเวลาราชการ ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าสมัครใด ๆ ทั้งสิ้น ได้ที่
- ฝ่ายพิจารณาการไปทำงานตามระบบ IMM ประเทศญี่ปุ่น สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ อาคารสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 3 ชั้น 10 ภายในบริเวณกระทรวงแรงงาน ถนนมิตรไมตรี ดินแดง กรุงเทพมหานคร
- สำนักจัดหางานเขตพื้นที่ 1-10
- สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด
ประกาศ-รับสมัคร
ยังไม่มีการประกาศรับสมัครในขณะนี้